คลังแจงแล้ว ลูกนำชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี หากไม่เลี้ยงดู ยื่นอุทธรณ์ รักษาสิทธิบัตรคนจน แฉพบมีผู้รับสิทธิบางราย รูดซื้อยาดม 300 บาททุกเดือน นำไปขายต่อ ขี่จยย.หลายแสน
วันที่ 4 มิ.ย.2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันนี้เกณฑ์การคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ปรับเกณฑ์โดยเน้นคัดกรองผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง และคัดบุคคลที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงออก
นายวินิจ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางการคลังที่มีอยู่อย่างจำกัด ประกอบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่สะท้อนผ่านการต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ เพื่อประคับประคองประเทศ ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้กลไกต่าง ๆ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบจากปัญหาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง และกำลังซื้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
“เกณฑ์ที่ออกมาเป็นหนึ่งในหลายเกณฑ์ที่จะตามหาคนที่จนอย่างแท้จริง เน้นว่าไม่ได้เน้นมุ่งแต่ตัดออก วันนี้สิ่งที่เรารู้ก็คือพื้นที่ทางการคลังไม่เยอะ วันนี้เราอยู่ในภาวะวิกฤต มีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ ซึ่งบัตรสวัสดิการเป็นกลไกที่เรายืมมา โดยใน 4 เดือนนี้มีการเพิ่มเงินเข้าไป รวมทั้ง 60/40 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาน้ำมันแพง ของแพง กำลังซื้อลด” นายวินิจ กล่าว
นายวินิจ กล่าวว่า ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณนี้เอง กระทรวงการคลังจึงจำเป็นต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจสอบและคัดกรองสิทธิ์ ซึ่งรัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่จะใช้พื้นที่ทางการคลังที่มีจำกัดในยามวิกฤต ไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีใครดูแลอุปการะเลยเป็นอันดับแรก หากตรวจสอบพบว่าบุตรมีรายได้ถึงเกณฑ์และนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี รัฐจะถือว่าผู้สูงอายุรายนั้น มีบุตรหลานคอยดูแลอยู่แล้ว
นายวินิจ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังเน้นย้ำว่าเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในหลายมาตรการเพื่อค้นหาผู้เดือดร้อนที่แท้จริง โดยมีเจตนาเพื่อจัดสรรความช่วยเหลือให้ตรงจุด ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การตัดสิทธิ์ประชาชน และพร้อมที่จะเปิดรับทุกข้อซักถามและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงและพิจารณาให้ครอบคลุมรอบด้านต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ถูกตัดสิทธิ์ สามารถยื่นอุทธรณ์ขอคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ ถ้าหากมีความเดือดร้อนจริง อาทิ กรณีที่ลูกไม่ได้เลี้ยงดูแต่นำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี เป็นต้น
“ในอดีตมีผู้รับสิทธิบางรายมีพฤติกรรมน่าสงสัย รูดซื้อยาดม 300 บาททุกเดือน เพื่อนำไปขายต่อ แต่ขี่รถจักรยานยนต์ราคาหลายแสนบาท ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบผู้ถือบัตรที่มีชื่อเปิดบัญชีเทรดหุ้น หรือแม้กระทั่งเป็นกรรมการผู้จัดการนิติบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังไม่สบายใจและต้องคัดกรองออกอย่างเด็ดขาด” นายวินิจ กล่าว