นำตัว พี่สาว วัย 13 ปี – น้าชาย วัย 17 ปี ส่งศาลจังหวัดทองผาภูมิฝากขัง คดีน้ององุ่น หลังเปิดปากสารภาพ ศาลเห็นควรส่งตัวเด็กและเยาวชนไปควบคุมยังสถานพินิจ

จากกรณีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของ น้ององุ่น อายุ 7 ขวบ ที่หายจากบ้านไปเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนพบเป็นศพนอนเสียชีวิตอยู่กลางสวนยาง ในพื้นที่ม.4 บ้านทิโคร่ง ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

กระทั่งตำรวจภูธรภาค 7 สามารถคลี่คลายคดีได้ภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนพบว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่บุคคลภายนอก แต่กลับเป็นบุคคลใกล้ชิด ผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่นำไปสู่การจับกุมเยาวชนอายุ 13 ปี และ 17 ปี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

คดีน้ององุ่น

นำตัว พี่สาว วัย 13 ปี – น้าชาย วัย 17 ปี ส่งศาลจังหวัดทองผาภูมิฝากขัง คดีน้ององุ่น หลังเปิดปากสารภาพ ศาลเห็นควรส่งตัวเด็กและเยาวชนไปควบคุมยังสถานพินิจ

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.2569 ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรึ เจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิและรปภ.เตรียมความพร้อมเพื่อรับฝากขังผู้ต้องหาคดีน้ององุ่น

โดยนายแป๊ะ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าชาย และ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี พี่สาวของน้ององุ่น เดินทางจาก อ.สังขละบุรี มาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ เวลา 10.30 น. โดยมีญาติและตำรวจนำผู้ต้องหามา เพื่อขอศาลไต่สวนคำร้องที่ตำรวจขอฝากขังเด็กและเยาวชน

คดีน้ององุ่น

ซึ่งต้องรอศาลไต่สวนคำร้องในวันนี้ศาลจะให้ฝากขังหรือไม่ และประกันตัว ต้องรอศาลพิจารณาในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะยื่นคำร้องต่อศาลได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน หากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนสามารถยื่นคำร้องขอผัดฟ้องต่อไปได้อีก ครั้งละไม่เกิน 15 วัน ตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553

โดยการควบคุมตัวจะถูกส่งไปที่สถานพินิจฯกาญจนบุรี คดีนี้มีอัตราโทษเกิน 5 ปี พนักงานสอบสวนสามารถผัดฟ้องเพิ่มได้อีก 2 ครั้ง ไม่เกิน 4 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 วัน ซึ่งผลการไต่สวนจะเป็นอย่างไร จะรายงานให้ทราบต่อไป

ต่อมา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี (ทองผาภูมิ) เปิดเผยว่า ตามที่พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี นำเด็กหญิง อายุ 13 ปี และเยาวชนชาย อายุ 17 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และฐานร่วมกันซ่อนเร้นหรือย้ายศพ มายื่นคำร้องเพื่อตรวจสอบการควบคุมตัวเด็กและเยาวชนตามกฎหมายเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น.นั้น

ศาลดำเนินการไต่สวนแล้ว มีคำสั่งว่า ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงจากการสอบถามผู้ร้อง
และพยานเอกสารของผู้ร้องแล้ว เห็นว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาจริง เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลาย อันเป็นการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ประกอบกับพิจารณาพยานหลักฐานประกอบการกระทำมีลักษณะกระทบต่อความสัมพันธ์และจิตใจของบุคคลภายในครอบครัว อันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เมื่อคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิและประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ และเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจโดยนักจิตวิทยา

จึงเห็นควรส่งตัวเด็กและเยาวชนไปควบคุมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี ให้หมายควบคุมไว้เว้นแต่มีประกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน