ด่วน! ทนายตั้ม ได้ประกันตัว 1 ล้านบาท ไม่ต้องติดกำไลEM เงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังจากศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกง หมายเลขดำ อทย.109/2568ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนางจตุพร อุบลเลิศหรือเจ๊อ้อย เศรษฐีนีชาวไทย ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้มที่1
นางปณิตา เบี้ยบังเกิด ภรรยา ที่ 2 นายนุวัฒน์ ยงยุทธ หรือนุ คนสนิททนายตั้มที่ 3 น.ส.สาริณี นุชนารถ หรือสา แฟนสาวนายนุ ที่ 4 น.ส.ปิณฑิรา การิวัลย์ พี่สาวภรรยาทนายตั้มที่ 5
น.ส.แก้วสวรรค์ สุขผล พนง.โชว์รูมรถยนต์ ที่6 และน.ส.มนันพัทธ์ รามธีรพัฒน์ – พนง.โชว์รูมรถยนต์ ที่ 7 ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ, ฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบฟอกเงินฯ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
กรณีพวกจำเลยได้ร่วมกันฉ้อโกงเงินจากนางจตุพร ผู้เสียหาย ให้โอนเงินจำนวนมากหลายครั้งหลายหน เช่น เงินลงทุนแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ จำนวน71 ล้านบาท, เงินซื้อรถเบนซ์ จำนวน 13 ล้านบาท, และเงินจ่ายค่าจ้างศิลปินชาวจีนผ่านบิตคอยน์ จำนวน 39 ล้านบาท ค่าจ้างเขียนแบบโรงแรมฯให้แก่พวกจำเลยหลายครั้ง ซึ่งนางจตุพรอ้างว่า ถูกนายษิทราฉ้อโกงหลอกลวง ขณะที่นายษิทราอ้างว่าเป็นเงินที่ให้โดยเสน่หา ส่วนจำเลยอื่นให้การปฏิเสธ
โดยศาลอาญาได้พิพากษาจำคุกนายษิทราในความผิดฐานฉ้อโกง 4 ปี 6 เดือน และความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 1 ปี 6 เดือน รวมเป็นโทษจำคุก 5 ปี 12 เดือน และให้นายษิทราชดใช้ค่าเสียหาย 72.5 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย
ต่อมาภายหลังญาติของนายษิทราได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ที่ดิน มูลค่า 2 ล้านบาท
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวนายษิทรา จำเลยที่ 1 ตีราคาหลักประกัน 1,000,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล