พสกนิกรโศกเศร้า ถวายความอาลัยแน่น รพ.จุฬาฯ เผยความประทับใจเมื่อครั้งรับเสด็จ พระองค์ท่านไม่เคยทอดทิ้ง

วันที่ 12 มิ.ย.2569 ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ช่วงเช้า ภายหลังประกาศสำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ มีพสกนิกรชาวไทย ทยอยเดินทางร่วมแสดงความอาลัยกันอย่างต่อเนื่อง

โดยถือพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มาร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระองค์ท่าน โดยเฉพาะพระรูปที่เป็นความประทับใจและเป็นความทรงจำของพสกนิกรแต่ละคน

ขณะเดียวกันที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ยังขึ้นพระรูป พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมระบุข้อความ สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ บนจอ LED โดยมีพสกนิกรชาวไทยบางส่วนร่วมถ่ายภาพกับพระรูปด้วยความโศกเศร้า

นางอรชร อายุ 62 ปี เผยว่า เมื่อรู้ข่าวว่าพระองค์ท่านพระอาการไม่ดี จึงรีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็น ของเมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.2569) และมานอนที่โรงพยาบาล เพื่อรอฟังข่าว โดยมีความหวังว่าท่านคงไม่ทิ้งพวกเราไป เพราะทุกครั้งท่านไม่เคยทิ้งพวกเราไปไหน แต่เมื่อทราบข่าวรู้สึกจุกในอก เสียใจ ตนคงไม่ได้มาที่นี่ เพื่อให้กำลังใจพระองค์ท่านอีกแล้ว

นางอรชร บอกอีกว่า เมื่อครั้งพระพันปีหลวง เราสูญเสียโดยที่ไม่ได้ตั้งตัว หลังจากนั้นเราสวดมนต์ภาวนากันทุกวันว่า ขอให้พระองค์ท่านอยู่กับพวกเราอีกนานๆ

“ส่วนตัวตามรับเสด็จพระองค์ท่านตลอด และมีโอกาศที่พระองค์ท่านมอบพระหัตถ์ให้ เราวางไว้บนหัวของเรา สิ่งนั้นทำให้ประทับใจในตัวพระองค์ท่าน เพราะถือว่าเป็นที่สุดของชีวิตและมงคลของชีวิต รักพระองค์ท่าน ที่พระองค์ท่านไม่ถือตัว และรักที่พระองค์ท่านรักประชาชนของพระองค์”

ขณะที่ นางธันยพร อายุ 66 ปี เผยว่า ตั้งแต่รู้ข่าวว่าพระองค์ท่านพระอาการไม่ดี จึงเดินทางมาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ก่อนที่จะกลับบ้านและกลับมาใหม่อีกครั้ง หลังทราบประกาศข่าวจากสำนักพระราชวัง

นางธันยพร บอกอีกว่า คิดถึงพระองค์ท่าน คิดถึงพระจริยะ พระอริยาบท คิดถึงทุกอย่างที่พระองค์ท่านเคยให้เราได้พบเห็น พบเจอด้วยตัวเราเอง ทุกครั้งที่เราบอกรักพระองค์ท่าน ท่านมักจะขอบคุณและถามตนว่าทานอาหารหรือยัง และเมื่อตนไปถวายพระมาลัยกร ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พระองค์ท่านจะเดินมาหา สิ่งนี้สะท้อนขึ้นมาทำให้เราคิดถึงพระองค์ท่าน

“ข้าพเจ้าเป็นพสกนิกรที่รัก และเทิดทูนพระองค์ท่านมาตั้งแต่พระองค์ท่านตอนยังวัยเยาว์ ที่ข้าพเจ้าได้ชื่นชม และทุกครั้งที่ได้มาเจอพระองค์ท่าน ก็จะจำตรงนี้ไว้ตราบนานเท่านานและขอให้พระองค์ท่านไปเป็นเทวดาบนสวรรค์ ไปอยู่กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ให้ท่านไปอยู่ด้วยกันทั้ง 3 พระองค์และมองลงมาดูพสกนิกรของพระองค์ท่านทุกๆคน ”

ด้าน นางกาญจนิตย์ อายุ 58 ปี เล่าว่า กำลังเดินทางไปทำงานและทราบข่าวเศร้านี้ จึงรีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ทันที โดยตั้งใจจะมาร่วมถวายความอาลัยต่อพระองค์ท่าน

“ส่วนตัวเคยเข้าเฝ้าพระองค์ท่านที่วัดพระแก้ว ตอนนั้นใกล้ชิดมาก เพราะตอนนั้นท่านเดินลาดพระบาทกับที่ประชาชนนั่ง แม้พระองค์ท่านจะไม่เคยตรัสอะไร แต่ก็ได้เห็นพระองค์ท่านยิ้มและโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชน”

น.ส.สิทธินี อายุ 65 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากพระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังจากได้ทราบข่าวจากเพื่อน ก็มาเฝ้าที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งอยู่ถึงประมาณตี 2 ก็เดินทางกลับบ้าน เพื่อไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วกลับโรงพยาบาลใหม่อีกครั้ง ที่ผ่านมามักจะไปเข้าเฝ้าเสด็จอยู่บ่อยครั้ง ทำแบบนี้เป็นระยะเวลา 10 กว่าปีแล้ว เพราะต้องการถวายความจงรักภักดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้ง 4 คนจะปักหลักรอฟังหมายกำหนดการเคลื่อนพระศพ และมีความตั้งใจที่จะไปเข้าถวายสักการะพระศพของพระองค์ท่านด้วย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน