จำคุก 27 ปี อดีตผู้ว่าฯ อุบลฯ เมียกับพวกโดนด้วย ทุจริตจ่ายเงินทดรองราชการ ซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สั่งคืนเงิน 3.4 ล้าน
วันที่ 20 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 อ่านคำพิพากษาคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหา นายวิชิต (ขอสงวนนามสกุล) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กับพวก ฐานร่วมกันทุจริตในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ในท้องที่อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปีงบประมาณ 2554
สืบเนื่องจากโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืชในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างปี 2553–2555 โดยมีการใช้งบประมาณจากเงินทดรองราชการเพื่อดำเนินการจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชในหลายพื้นที่
จากการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบข้อกล่าวหาว่ามีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติด้านพืชหลายครั้ง ทั้งที่บางพื้นที่ไม่ได้มีสถานการณ์การระบาดรุนแรงผิดปกติจากสภาพตามฤดูกาล ส่งผลให้เกิดการอนุมัติงบประมาณจำนวนมากเพื่อนำไปจัดซื้อสารเคมีดังกล่าว
พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 เดิม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริตเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ โดยเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิ์ทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ จำคุกกระทงละ 9 ปี รวม 2 กระทง จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 4 มีกำหนดคนละ 18 ปี
จำเลยที่ 2 และที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เดิม มาตรา 151 เดิม ประกอบมาตรา 86 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท จำคุก กระทงละ 9 ปี จำเลยที่ 2 และที่ 7 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่ง หนึ่งคงจำคุกกระทงละ 4 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก จำเลยที่ 2 และที่ 7 มีกำหนดคนละ 8 ปี 12 เดือน
จำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เดิม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดกฎหมายหลายบท จำเลยที่ 3 และที่ 5 จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยที่ 6 จำคุก กระทงละ 2 ปีรวม 2 กระทง จำคุก 4 ปี จำเลยที่ 10 (อดีตผู้ว่าฯ อุบลฯ) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เดิม 151 เดิม พระราชบัญญัติว่าความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาหน่วยงานของรัฐ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันรัฐปราบปรามการทุจริต ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 เดิม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
จำคุกกระทงละ 9 ปีรวม 2 กระทง จำคุก 18 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ จำคุก 9 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 10 มีกำหนด 27 ปี จำเลยที่ 11 และที่ 14 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 เดิม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
จำคุกกระทงละ 6 ปีรวมสองกระทงจำคุกจำเลยที่ 11 และที่ 14 คนละ 12 ปีจำเลยที่ 13 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ประกอบมาตรา 86 จำคุก 6 ปีให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 10 ที่ 11 และที่ 14 รวมกันคืนเงิน ตามฟ้อง ข้อ 2.1 จำนวน 1,999,000 บาท และให้จําเลยที 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 10 ที่ 11 และที่ 14 ร่วมกันคืนเงินตามฟ้องข้อ 2.2 จำนวน 1,497,650 บาท ให้แก่จังหวัดอุบลราชธานี ยกฟ้องจําเลยที่ 8 ที่ 9 และที่ 12 ข้อหาและคําขออื่นนอกจากนี้ให้ยก