ลูกสาว คาใจ พ่อถูกคู่กรณีเมาขับ พุ่งข้ามเลนมาชนเต็มแรง ทำแฟนใหม่พ่อเสียชีวิต ตร. ชี้ ประมาทร่วม อ้างพ่อแช่ขวา ไม่ยอมหักหลีกหรือเบรกก่อนเกิดเหตุ 3 วินาที
วันที่ 21 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด ครอบครัวผู้เสียหายร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด หลังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 13.00 น. บนถนนเส้นท่าตะโก-นครสวรรค์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์
ซึ่งในวันเกิดเหตุ พ่อของ น.ส.ศศิธร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ได้ขับรถยนต์เดินทางไปทำธุระในตัวเมืองกับแฟนสาว และอยู่ระหว่างขับรถเดินทางกลับบ้านตามปกติ แต่จู่ ๆ รถคู่กรณีเกิดเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนนแล้วเหินข้ามเลนมาชนรถของคุณพ่ออย่างรุนแรง

ลูกสาว คาใจ พ่อถูกคู่กรณีเมาขับ พุ่งข้ามเลนมาชนเต็มแรง ทำแฟนใหม่พ่อเสียชีวิต ตร. ชี้ ประมาทร่วม อ้างพ่อแช่ขวา ไม่ยอมหักหลีกหรือเบรกก่อนเกิดเหตุ 3 วินาที
ส่งผลให้แฟนสาวของพ่อเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วนคุณพ่อได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกขาหัก ต้องพักรักษาตัวและทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูต่อเนื่องหลายเดือนจนถึงปัจจุบัน ทำให้ครอบครัวต้องขาดเสาหลักในการทำมาหากิน
ขณะที่คนขับรถคู่กรณีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเช่นกัน ซึ่งต่อมาผลการตรวจเลือดพบว่า คนขับคู่กรณีมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 290 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเมาสุราอย่างหนักในขณะขับขี่
น.ส.ศศิธร และ นางพรทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี หลานสาวของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุ เห็นได้อย่างชัดเจนว่ารถฝั่งคู่กรณีเป็นฝ่ายเสียหลักและพุ่งข้ามฝั่งมาชนรถของคุณพ่อเองโดยที่ทางฝั่งตนขับมาในทางตรงตามปกติ
แต่หลังจากเวลาผ่านไปนานกว่า 4 เดือน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะโก กลับสรุปสำนวนคดีน่าตกใจว่าเป็น “การประมาทร่วมกันทั้งสองฝ่าย” โดยทางตำรวจอ้างเหตุผลว่า ฝั่งคุณพ่อขับรถในลักษณะแช่เลนขวา ไม่มีความระมัดระวัง ไม่มีการสังเกต
และในช่วงก่อนเกิดเหตุเพียง 3 วินาที ไม่พบสัญญาณการแตะเบรกหรือหักหลบเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ จึงแจ้งข้อหาว่าคุณพ่อขับรถโดยประมาทจากการแช่ขวา ซึ่งสร้างความคาใจและสะเทือนใจให้กับทางครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะมองว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีความโปร่งใสและไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ ทางครอบครัวยังมาทราบภายหลังอีกว่า ญาติของฝั่งคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลในพื้นที่ อ.ท่าตะโก ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น มีเพียงญาติคู่กรณีเดินทางมาเยี่ยมอาการคุณพ่อเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และเมื่อมีการเจรจาเรียกค่าเสียหายก็ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้จนถึงปัจจุบันครอบครัวผู้เสียหายยังไม่ได้รับการชดใช้เยียวยาใด ๆ เลย
ด้วยเหตุนี้ ทางครอบครัวจึงตัดสินใจนำเรื่องราวเข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมและทวงคืนความถูกต้อง โดยล่าสุดทางเพจสายไหมต้องรอดเตรียมนำตัวผู้เสียหายเข้าพบและขอคำปรึกษาจากอัยการคุ้มครองสิทธิ
เพื่อตรวจสอบข้อกฎหมายจราจรอย่างละเอียดว่า เหตุใดผู้บาดเจ็บที่ขับรถมาในเลนของตัวเองตามปกติถึงถูกชี้มูลความผิดว่าเป็นฝ่ายประมาทร่วม พร้อมทั้งจะให้อัยการร่วมตรวจสอบกระบวนการสรุปสำนวนคดีของพนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะโก อย่างถี่ถ้วน
พร้อมกันนี้จะเร่งประสานงานไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการยื่นเรื่องขอรับเงินชดเชยเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาตามสิทธิ์ โดยทางเพจเน้นย้ำว่าจะเดินหน้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่และไม่ยอมให้เกิดกรณีที่ข้อบังคับทางกฎหมายถูกบิดเบี้ยวเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อย่างเด็ดขาด

