ด่วน คำสั่งกรมการปกครอง ให้ “รุ่งเรือง” ปลัดจังหวัดภูเก็ต ออกจากราชการไว้ก่อน หลังต้องหาว่ากระทำผิดอาญา​ เปิดช่องอุทธรณ์​คำสั่งได้ใน​ 30 วัน

วันที่ 27 มิ.ย.69 กรมการปกครอง​ ออกคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1899 /2569 เรื่อง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน กรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา ด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทอำนวยการ ระดับสูง ตำแหน่ง ปลัดจังหวัด (ผู้อำนวยการสูง) จังหวัดภูเก็ต มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้ออกหมายจับ ที่ จ.12​/2569​ ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569​ ให้กับผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ.เพื่อดำเนินการจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาฐาน “เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการ หรือไม่กระทำการในหน้าทีอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคคลใด

และฐานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จงใจเจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด” และต่อมาได้มีการนำตัวนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

ตามกฎหมาย ซึ่งกองกำกับการ 6 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เป็นคดีอาญาที่ 8/2569 กรณีเช่นนี้
จึงถือว่านายรุ่งเรือง ธิมาบุตร มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา และโดยที่มีเหตุให้ออกจากราชการไว้ไว้ก่อนกล่าวคือ ตำแหน่งปลัดจังหวัดเป็นตำแหน่งสำคัญของกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย บุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวย่อมต้องดำรงตนเพื่อให้ได้รับความน่าเชื่อถือ ศรัทธา และความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่

การที่นายร่งเรือง ธิมาบุตร ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาในเรืองเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ โดยพนักงานอัยการมิได้ รับเป็นหนายแก้ต่างให้ และมิได้เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหโทษ นำมาซึ่งความไม่น่าเชื่อถือ ศรัทธา หรือความไม่ไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่และจากหน่วยงานภายในบังคับบัญชาของกรมการปกครองที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปฏิบัติหน้าที่

และโดยที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ ถ้ายังคงให้อยู่ในหน้าที่ราชการต่อไปอาจเกิดการเสียหายแก่ราชการกรณีที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา นั้น พิจารณาเห็นว่าการดำเนินคดีจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว สมควรให้ผู้นี้ออกจากราชการไว้ก่อน

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 57 (5) และมาตรา 101 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบข้อ 78​ ข้อ 83และข้อ 34 ของกฎ ก.ก.พ. ว่าด้วย
การดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556คำสังกระทรวงมหาดไทย ที่ 251/2565 เรื่อง การมอบหมายอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 27 มกราคม 2565

และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 820 /2568 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 14 มีนาคม 2568จึงสั่งให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ออกจากราชการไว้ก่อน

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป หากท่านประสงค์จะโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือยื่นต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป หรือยืนคำร้องทุกข์โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งนี้ ตามมาตรา 123วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์ และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. 2551

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน