ล้างบางภัยเงียบนักกล้าม บุกคอนโดหรูกลางกรุง ทลายโรงงาน สเตียรอยด์เถื่อน ยึดกว่า 50 ล้าน ผลิตส่งใน-นอกประเทศ เปิดชื่อยี่ห้อผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึดได้
วันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤ เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ล้างบางภัยเงียบนักกล้าม บุกคอนโดหรูกลางกรุง ทลายโรงงาน สเตียรอยด์เถื่อน ยึดกว่า 50 ล้าน ผลิตส่งใน-นอกประเทศ เปิดชื่อยี่ห้อผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึดได้
ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายผู้ผลิตและจำหน่ายยาอนาบอลิกสเดียรอยด์ (Anabolic Steroids) ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยารายใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดยาสเตียรอยด์ชนิดฉีดและชนิดรับประทาน พร้อมเครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต รวมถึงวัตถุดิบที่นำไปผลิตเป็นยาสำเร็จรูป มูลค่าของกลางกว่า 50 ล้านบาท
พ.ต.อ.วีระพงษ์ กล่าววาา สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้รับการประสานงานจาก อย. ให้ทำการสืบสวนขยายผลหาตัวการใหญ่หลังพบการระบาดของยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนเพศชายที่มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดในกลุ่มผู้นิยมฟิตเนสและนักกล้ามเพื่อเร่งสร้างกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว
โดยไม่คำนึงถึงอันตรายร้ายแรงต่อระบบฮอร์โมน ตับ และหัวใจ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะตับอักเสบ ไตวายเฉียบพลัน ความดันโลหิตสูง รวมถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจโตจนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันถึงขั้นเสียชีวิตได้
ต่อมาได้สืบสวนจนทราบถึงกลุ่มเครือข่ายผู้ผลิตว่ามีการลักลอบผลิตบรรจุภัณฑ์อยู่ภายในกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลอาญาพระโขนงเข้าตรวจสอบเป้าหมายสำคัญจำนวน 2 จุด ภายในคอนโดมิเนียมหรูแหง่หนึ่ง แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายอนุวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี พร้อมของกลางเป็นผลิตภัณฑ์ยาอนาบอลิกสเตียรอยด์สำเร็จรูปทั้งชนิดฉีดและชนิดรับประทาน รวมทั้งสิ้น 41 ยี่ห้อ (อาทิ ANADROL, ANAVAR, ARIMIDEX, BOLDENONE, CLENBUTEROL, DIANABOL, DECA) จำนวนกว่า 8,690 ขวด
ยาเม็ดกลุ่มยาต้านฮอร์โมนเอสโตรเจนและสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน 14 ยี่ห้อ รวมกว่า 77,700 เม็ด และยาเม็ดที่รอการบรรจุอีกกว่า 155,000 เม็ด นอกจากนี้ ยังพบสารเคมีวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอีกเป็นจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ใน 2 ข้อหาหลัก ประกอบด้วย 1.ฐาน “ผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2.ฐาน “ผลิตและขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหากลุ่มทุนหรือผู้ร่วมขบวนการต่อไป
จากการสืบสวนพบว่า ผู้กระทำความผิดนำส่วนผสม วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์จากสถานที่ต่าง ๆ มา ลักลอบผลิต บรรจุ ติดฉลาก จนเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. อีกทั้งกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐานและไม่ถูกสุขลักษณะ ขายส่งลูกค้าวงการนักเพาะกายและวงการฟิตเนส ทั้งในและต่างประเทศ โดยทำมาแล้วประมาณ 3 ปี
อีกทั้งจากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าว เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในความผิด ลักษณะเดี่ยวกันมาก่อน แต่ยังกระทำผิดซ้ำซากโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค หวังแต่ผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ
ด้าน น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาสินค้าสุขภาพและผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้รับคุณภาพโดยเฉพาะกลุ่มสารกระตุ้นกล้ามเนื้อหรืออนาบอลิกสเตียรอยด์ ถือเป็นภัยเงียบที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากนักกีฬา นักเพาะกาย หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการมีรูปร่างและกล้ามเนื้อที่ใหญ่โต มักตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อ โดยไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกลักลอบผลิตขึ้นอย่างผิดกฎหมายในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต
การผลิตที่ไร้มาตรฐานเช่นนี้ทำให้ผู้บริโภคเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งจากสูตรการผลิตที่ผิดพลาด วัตถุดิบที่ไม่ถูกต้อง สารปนเปื้อนตกค้าง รวมถึงความสกปรกและปริมาณส่วนผสมที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายและสุขภาพในระยะยาวอย่างร้ายแรง
ตนได้รับนโยบายโดยตรงจากนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้เกิดการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ จึงเป็นที่มาของปฏิบัติการทลายแหล่งผลิตใหญ่ในครั้งนี้ เพื่อสะท้อนความตั้งใจจริงของรัฐบาลและกลไกการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน ในการคุ้มครองความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ผู้บริโภค
นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน เนื่องจากผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะ “ยาเถื่อน” ไม่เพียงแต่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ทั้งยังบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศโดยรวม
ภายใต้นโยบาย MOPH PLUS กระทรวงสาธารณสุขมุ่งเน้นการสร้างสุขภาพที่ดีควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งในด้านการสืบสวน การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ลักลอบผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่ออีกว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถทลายเครือข่ายลักลอบผลิตยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ผิดกฎหมายรายใหญ่ ตรวจยึดของกบางมูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท ถือเป็นการตัดวงจรผลิตภัณฑ์สุขภาพเถื่อนก่อนที่จะกระจายไปทำลายสุขภาพของประชาชน
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังให้ความสำคัญกับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) เพื่อให้ประชาชนใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่นำยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้โดยไม่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์
โดยเฉพาะยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อระบบร่างกายและถึงแก่ชีวิตได้ หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาใด ๆ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด และก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” หรือช่องทางของ อย. เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยสูงสุด
ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ายาทั้งหมดผลิตในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีทะเบียน และไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะยาฉีดที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดถึงขั้นเสียชีวิต อีกทั้งการใช้สเตียรอยด์โดยไม่มีแพทย์ดูแลจะส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน ตับ ไต หัวใจ และเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก
ทั้งนี้ อย. จะเดินหน้าปราบปรามร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด พร้อมเตือนประชาชนให้ตรวจสอบความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ อย., Line @FDAThai หรือแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” และหากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556








