“ทนายตั้ม”ยังรอด ศาลอาญาไม่ถอนประกัน เเต่ออกเงื่อนไขเพิ่มเติม ห้ามออกสื่อวิจารณ์อันกระทบต่อความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน อันกระทบกระบวนการพิจารณาคดี

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 710 ศาลนัดไต่สวนคำร้อง กรณีที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผนดิน พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว ทนายความของ นางจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย ได้ยื่นศาล ร้องให้ศาลเพิกถอนประกันนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เป็นในคดีฉ้อโกงเงินจำนวน 71 ล้านบาท

ภายหลังศาลอาญาเคยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว แต่นายษิทราได้ให้สัมภาษณ์พาดพิงพยานสำคัญในคดีนี้ ศาลพิเคราะห์ตามคำร้อง และคำแถลงของคู่ความแล้ว เห็นว่า กรณียังไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง ที่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ระหว่างอุทธรณ์ แต่เห็นสมควรกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์เพิ่มเติม ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

โดยห้ามมิให้จำเลยที่1 ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือนำพยานหลักฐานในคดี ออกมาวิจารณ์ในลักษณะลดทอนความน่าเชื่อถือ ของพยานหลักฐานเผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือกระทำการใดอันอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลเนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด

ส่วนที่ทนายโจทก์ร่วมขอให้ศาลไต่สวนกรณีจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานดูหมิ่นศาลหรือ ละเมิดอำนาจศาล ทางศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ความผิดฐานดูหมิ่นศาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 เป็นคดีอาญา ที่ต้องมีขั้นตอนการร้องทุกข์กล่าวโทษ สอบสวน ฟ้องร้องและพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาตามปกติ มิใช้ให้ศาลมาไต่สวนเอง

สำหรับการลงโทษละเมิดอำนาจศาลนั้น เป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ ทั้งศาลมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการ หรือเครื่องมือบางอย่างสำหรับให้อำนาจศาล ในการที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อควบคุมกระบวนพิจารณาคดี ให้ดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย เป็นไปด้วยความเที่ยงธรรม และรวดเร็ว เพื่อให้ศาลปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่ถูกรบกวน หรือถูกคุกคามจากอิทธิพลภายนอก จนกระทบกับการทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ สามารถอำนวยความยุติธรรม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ตามความ มุ่งหมายของภฎหมาย

อีกทั้งในปัจจุบันปรากฏว่ามีการกระทำความผิดเป็นการรบกวน ขัดขวาง และข่มขู่ เป็นปฏิปักษ์หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือคำสั่งศาล มีลักษณะก้าวร้าวรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่การที่ศาลจะใช้กฎหมายในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลในกรณีใด ศาลพึงต้องใช้อำนาจอย่างระมัดระวังและไม่ลุแก่อำนาจ

เมื่อจำเลยที่ แถลงในรายงานกระบวนพิจารณาวันนี้ ว่าจะไม่กระทำการใดที่สุ่มเสี่ยง จะเป็นการละเมิดอำนาจศาล และศาลได้กำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์เพิ่มเติมดังกล่าวข้างต้นแล้ว จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 โดยไม่ต้องไต่สวนหาข้อเท็จจริงตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้องในส่วนนี้เสีย ทั้งนี้กำชับให้จำเลยที่ 1 ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้ระหว่างปล่อยชั่วคราวอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน