ป.ป.ส.ยัน ไรเดอร์ฮู้ดเหลือง บริสุทธิ์ ไม่ใช่คนส่งกล่องปริศนา เร่งล่า “รถเก๋งสีเข้ม-ฮู้ดดำ” ส่งกล่องสีน้ำตาล 22 มิ.ย. เชื่อสัปดาห์นี้ชัดเจน
วันที่ 1 ก.ค. 2569 ที่ ป.ป.ส. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี “น้องมินา” แอร์โฮสเตสสาวชาวไทย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) จับกุมพร้อมของกลางเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าที่ประเทศออสเตรเลีย ว่า หลังจากที่ ป.ป.ส. ได้แถลงข่าว และขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยกันตามหาบุคคลที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นผู้ส่งกล่องพัสดุต้องสงสัย ล่าสุดมีพลเมืองดี ซึ่งเป็นไรเดอร์ส่งของได้เข้าแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าตัวไม่ประสงค์เปิดเผยใบหน้าและชื่อนามสกุลจริง
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และพยานหลักฐาน โดยละเอียดพบว่าไรเดอร์รายนี้ไม่ใช่บุคคลที่ทางการกำลังตามหาตัว แม้จะมีการส่งพัสดุให้แอร์สาวจริง แต่เป็นการส่งคนละวัน และตัวพัสดุก็เป็นคนละรายการอย่างชัดเจน โดยบุคคลที่เรากำลังตามหาตัวนั้น เป็นผู้ขับรถเก๋งสีเข้มมาส่งกล่องพัสดุกระดาษสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ในวันที่ 22 มิถุนายน เวลาประมาณเที่ยงเศษ ซึ่งคาดว่าเป็นกล่องที่บรรจุยาเสพติด
ขณะที่ไรเดอร์พลเมืองดีที่มาแสดงตัวในวันนี้ เป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ มาส่งกล่องพัสดุพลาสติกสีดำ ในวันที่ 23 มิถุนายน เวลาประมาณ 11 โมงเศษ นอกจากนี้ลักษณะการแต่งกายของทั้งสองคน ยังมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยในวันที่ 22 มิถุนายน ผู้ต้องสงสัยสวมเสื้อฮู้ดสีดำ ส่วนไรเดอร์พลเมืองดี ที่มาของวันที่ 23 มิถุนายน สวมเสื้อฮู้ดสีเหลือง
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ ยืนยันได้ว่า ไรเดอร์ที่มาเข้าพบเจ้าหน้าที่ในวันนี้ “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี” โดยเจ้าตัวเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังจากที่เห็นภาพตัวเองปรากฏในกระแสข่าวว่าเคยเดินทางไปส่งของให้แอร์สาวที่คอนโดมิเนียม ซึ่งการเข้ามาให้การในครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตัดประเด็นและแยกแยะบุคคลได้อย่างชัดเจน
ในส่วนของบุคคลที่ขับรถยนต์มาส่งพัสดุในวันที่ 22 มิถุนายน ซึ่งคาดว่าเป็นกล่องบรรจุยาเสพติดนั้น พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า ขณะนี้ ป.ป.ส. กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อไล่กล้องวงจรปิดทุกตัวในการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถ เบื้องต้นพบว่าเป็น “รถเก๋งสีเข้ม-สีดำ” ข้อมูลจากทางคอนโดมิเนียมระบุว่าเป็นลักษณะคล้ายไรเดอร์แอปดัง แต่ทาง ป.ป.ส. ยังไม่ปักใจเชื่อ และกำลังสืบค้นทุกแหล่งข้อมูล
ส่วนกล่องพัสดุสีน้ำตาลในวันที่ 22 มิถุนายนนั้น ตรวจสอบพบว่าเป็นกล่องทั่วไปที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่กล่องเฉพาะของบริษัทขนส่งแต่อย่างใด ทั้งนี้หากผู้ขี่รถคันดังกล่าวไม่มีส่วนรู้เห็นและบริสุทธิ์ใจ ขอให้รีบเข้ามาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่โดยเร็ว เชื่อว่าสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจน
สำหรับประเด็นบัญชีเฟซบุ๊กอวตารชื่อ “โรสโรส” (Rose Rose) ที่ติดต่อให้แอร์สาวหิ้วของไปออสเตรเลียนั้น พ.ต.ต.สุริยา ชี้แจงว่า ป.ป.ส. ยังไม่ได้ยืนยันว่าเฟซบุ๊ก “โรส” คือคนเดียวกับ “แป้งที่แปลว่าแป้ง” ตามที่มีกระแสข่าวและบางสื่อนำเสนอ เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด
อย่างไรก็ตามเฟซบุ๊กชื่อ “โรสโรส” คือบุคคลที่มีการติดต่อกับแอร์สาวจริง แม้ปัจจุบันบัญชีดังกล่าวจะถูกปิดไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงพบร่องรอยทางดิจิทัล และกำลังประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อสืบหาตัวตนที่แท้จริง พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ถึงแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วตคนอื่นๆ ที่เคยถูกเฟซบุ๊ก “โรส” ติดต่อในลักษณะนี้ ให้ส่งข้อมูลมาที่ ป.ป.ส.
พ.ต.ต.สุริยา ระบุอีกว่า ในช่วงบ่ายวันนี้มีกำหนดการประชุมสรุปข้อมูล ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายไทย หลังจากแยกย้ายกันทำงานมาระยะหนึ่ง
สำหรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการสอบปากคำนางสาวมินา และชื่อปลายทางผู้รับพัสดุที่ประเทศออสเตรเลียนั้น ทางการออสเตรเลียขอสงวนไว้เป็นความลับในชั้นขยายผล เพื่อไม่ให้เสียรูปคดี แต่ยืนยันว่ามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอดเวลา
พ.ต.ต.สุริยา ยังระบุว่า ไทยและออสเตรเลียมีความร่วมมือกันอย่างดีมาโดยตลอดภายใต้ชุดปฏิบัติการร่วม Taskforce Storm (บูรณาการร่วม ป.ป.ส., กรมศุลกากร, DSI และ AFP) แต่ปัจจุบันสถานะของนางสาวมินา ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของ AFP และอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมายของออสเตรเลีย โดยมีสถานทูตไทยประจำออสเตรเลียคอยส่งที่ปรึกษาทางกฎหมายและทนายความเข้าดูแลเบื้องต้น
เมื่อถามว่าทางการไทยจะมีโอกาสได้สอบปากคำหรือพูดคุยกับนางสาวมินาหรือไม่นั้น ปัจจุบันทางการไทย ได้ข้อมูลและทำงานร่วมกับ AFP อยู่ แต่ยังไม่ได้เข้าไปพูดคุย ให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายของประเทศออสเตรเลียเนื่องจากทางประเทศเขา มีความเข้มงวดในเรื่องนี้มาก บุคคลที่สามารถพูดคุยกับนางสาวมินาได้ มีเพียงแค่แม่ของนางสาวมินาคนเดียวเท่านั้น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความสมเหตุสมผลของค่าจ้าง 8,800 บาท ว่าสอดคล้องกับการรับจ้างขนยาเสพติดข้ามชาติหรือไม่ พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า อัตราเรทราคาขึ้นอยู่กับข้อตกลงและสภาพตลาดของการรับหิ้วของทั่วไป ป.ป.ส. จึงยังไม่ปักใจเชื่อว่านางสาวมินาจะรู้เห็นตั้งแต่แรกหรือไม่ ต้องตรวจสอบโดยละเอียด
ส่วนเรื่องของกลางเฮโรอีนที่ตรวจพบ มีรายงานว่าพบในกระเป๋า 2 ใบ จากทั้งหมด 12 ใบ โดยใบแรกกรีดชั่งน้ำหนักได้ประมาณ 900 กรัม ส่วนอีกใบยังไม่ได้กรีดชั่งอย่างเป็นทางการ คาดว่าน้ำหนักรวมทั้งหมดเกือบ 2 กิโลกรัม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดภายในประเทศไทย หรือมีการลักลอบซุกซ่อนมาตั้งแต่ต่างประเทศ พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า จากสถิติการจับกุมที่ผ่านมา พบการก่อเหตุใน 2 ลักษณะ คือ การอำพรางยาเสพติดไว้ในสินค้าที่จัดเตรียมมาจากต่างประเทศ และการนำสินค้ามาอำพรางเพิ่มเติมภายในประเทศไทย
สำหรับกรณีของนางสาวมินา เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ทั้งสองแนวทาง เนื่องจากคดีลักษณะเดียวกันที่เคยตรวจพบก่อนหน้านี้ มีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการ แต่ออเดอร์ส่วนใหญ่มักอยู่ในต่างประเทศ จึงยังต้องเร่งขยายผลเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป



