ป.ป.ส. ชี้ แอร์สาวขนเฮโรอีน อาจไม่ถูกฟ้อง หากพิสูจน์ได้ว่า ไม่ได้มีเจตนา แต่ถูกหลอกลวง ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

2 ก.ค. 69 – เวลา 13.30 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อม นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และ น.ส.ขวัญกมล ศรีชัยวรรณ รักษาการในตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนเชี่ยวชาญ ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยว่า เราต้องการขยายเครือข่ายและตัวการสำคัญให้มากที่สุด ดังนั้น การที่ตนจะพูดถึงตัวละคร บุคคล ตนจะไม่ขอนำเสนอรายละเอียดว่าชื่อจริงนามสกุลอะไรบ้าง

อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดคดี น.ส.มีนา (พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน) ได้นำพายาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลีย ทางเราได้ทำข้อมูลการข่าวในกลุ่มเครือข่ายที่เป็นผู้ส่งยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย ขยายผลมาเรื่อย ๆ เพราะเข้าใจว่าเครือข่ายที่เรากำลังสืบสวนอยู่ มีประวัติเกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 68

จนกระทั่งวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเครือข่ายขบวนการได้ส่งพัสดุมากรุงเทพมหานคร แถวบางเขน-หลักสี่ ซึ่งเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจ มีการตรวจยึดของกลางเป็นเฮโรอีน 8 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าที่แขวนตามผนัง นี่คือจุดเริ่มต้น

จากนั้นวันที่ 1 ก.ค. เราได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นอีก 2 จุด คือ ซอยรางน้ำ และรามคำแหง ซึ่งในจุดซอยรางน้ำ เราสามารถตรวจยึดเฮโรอีน ที่ทำการซุกซ่อนอยู่ในเสื้อกันหนาว และในห่อกาแฟ รวม 9 กิโลกรัมเกือบ 10 กิโลกรัม ซึ่งปลายทางคือประเทศออสเตรเลีย ทั้งนี้จุดรามคำแหง เราพบเฮโรอีนที่อยู่ในเสื้อสีชมพู แต่ไม่ได้ส่งไปออสเตรเลีย แต่กลับส่งไปที่ไต้หวัน

ดังนั้น กลุ่มเครือข่ายเหล่านี้จะมีแผนส่งยาเสพติดมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตอนนี้เราทราบตัวหมดแล้วว่าใครเป็นเจ้าของ เมื่อเช้านี้เจ้าหน้าที่เราได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ควบคุมตัวคนที่ส่งพัสดุทั้งหมดจากเชียงคาน จ.เลย ลงมาที่กรุงเทพฯ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกบ้าง

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวต่อว่า ส่วนปลายทางออสเตรเลีย เราได้ทราบตัวบุคคลที่วางแผนและรับพัสดุไว้แล้ว โดยประสานไปยังตำรวจ AFP เพื่อให้ดำเนินการในส่วนที่อยู่ฝั่งออสเตรเลีย

กรณี น.ส.มีนา เหมือนถูกหลอกให้หิ้วของเข้าออสเตรเลียหรือไม่นั้น ตอนนี้เรายังไม่มีโอกาสพูดคุยกับ น.ส.มีนา และทนายความ โดยเราต้องให้โอกาสทางออสเตรเลีย ถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่า น.ส.มีนา ไม่ได้มีเจตนา แต่ถูกหลอกลวง ก็อาจจะไม่ฟ้องได้ แต่ในตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน จึงยังพูดไม่ได้ว่า น.ส.มีนา มีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน

ส่วนที่สื่อสอบถามว่า น.ส.มีนา ได้เดินทางไปออสเตรเลีย 2 ครั้ง ครั้งแรกไปซิดนีย์ต่อด้วยเมลเบิร์น มีแนวโน้มหรือไม่ว่า น.ส.มีนา อาจไม่รู้ เพราะครั้งแรกไม่โดน แต่ครั้งที่สอง น.ส.มีนา มีการไปสำแดงสัมภาระสิ่งของด้วยตัวเองนั้น

ตนเรียนว่า จริง ๆ แล้ว น.ส.มีนา มีการเดินทางบ่อยมาก เพราะเป็นลูกเรือที่จะต้องเดินทางไปออสเตรเลียอยู่แล้ว แต่ใด ๆ จังหวะมันต้องประจวบกันออเดอร์ของขบวนการ ที่จะมีของล็อตนี้มาที่กรุงเทพฯ ฉะนั้นเครือข่ายพวกนี้จะสแกนหาและดูความพร้อมว่าใครที่จะขายน้ำหนักกระเป๋าให้ได้

น.ส.มีนา อยู่ในกลุ่ม “รับหิ้ว” ซึ่งมันคือการขายน้ำหนักกระเป๋า เขาต้องรู้ตัวว่าแบ่งน้ำหนักขึ้นเครื่องได้เท่าไร แล้วจะแชร์ว่าน้ำหนักกระเป๋าเหลือเท่านี้ พอโพสต์ไว้จะมีคนมาติดต่อ ซึ่งมิจฉาชีพเครือข่ายยาเสพติดก็จะอยู่ในกลุ่ม คอยดูและแท็กไป ส่วนกลุ่มคนปลายทางที่รอรับพัสดุเฮโรอีนของ น.ส.มีนา ขณะนี้ข้อมูลยังเป็นคนไทย โดยปรากฏชื่อมาแล้ว 2-3 ราย ที่รอรับอยู่ฝั่งโน้น

ส่วนเป้าหมายที่เราดำเนินการเชิญตัวควบคุมตัวมาทั้ง 2 เป้าหมายนี้ (ประกอบด้วย 2 คนที่นำตัวมา คือ แอร์โฮสเตสผู้หญิง 1 ราย ในส่วนของพื้นที่ซอยรางน้ำ พบเฮโรอีน 9.98 กก. ซุกซ่อนในซองกาแฟและเสื้อกันหนาว ปลายทางประเทศออสเตรเลีย

โดยแอร์รายนี้ มีการจ่ายเงินจ้างคนในซอยรางน้ำให้หิ้วของไปประเทศออสเตรเลีย ตอนนี้สอบปากคำร่วมกับดีเอสไอ และอีก 1 ราย คือ คนธรรมดาทั่วไปเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ในส่วนของพื้นที่เขตบางกะปิ กทม. หรือรามคำแหง พบเฮโรอีน 6.23 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไหมสีชมพู ส่งไต้หวัน) ซึ่งก็ล้วนเป็นกลุ่มที่ทำกันมาอยู่แล้ว และส่งกันก่อนหน้านี้ มีการพูดคุยกัน มีการตกลงกันง่ายขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน