ครบ 7 วัน! อนุทิน แถลงผลโกงสอบท้องถิ่น พบหลักฐานชัด แก้คะแนน-แก้กระดาษคำตอบ ชี้เป็นขบวนการทุจริตเตรียมมาอย่างดี พบเส้นเงิน-คน สั่งสอบวินัยร้ายแรง 5 ขรก. อุบบอกชื่อ ลั่นตำแหน่งไม่สูงทำไม่ได้ ย้ำใครที่ทำอะไรไว้รู้แก่ใจดี ยืนยัน ไม่มีดิ้นหลุด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงเรื่อง การทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น
นายอนุทิน เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนในฐานะ รมว.มหาดไทย สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง กรณีการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ตนขอชื่นชมคณะกรรมการชุดนี้ที่เร่งทำการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น เพื่อหาข้อเท็จจริงภายในระยะเวลาที่ตนได้ขอให้ทำภายในเรียบร้อยภายใน 7 วัน และมีรายงานสรุปเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.) เมื่อตนเดินทางกลับมาจากราชการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้ารายงานผลการสืบสวนสอบสวน พร้อมด้วยคณะกรรมการชุดนี้ทุกคน ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานคณะกรรมการในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งพบความไม่โปร่งใสไม่สุจริตและมีความพยายามที่จะทำให้เกิดการโกง เพื่อให้บุคคลที่มีความเชื่อมโยงกันได้ผลประโยชน์ และได้รับการคัดเลือกบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น เป็นการสอบสวนในเบื้องต้น
นายอนุทิน เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้สอบสวนอยู่ฝ่ายเดียว เพราะจากการลงนาม MOU 7 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ แต่ละหน่วยงานก็มีหลักฐาน และมีการดำเนินการสืบสวนสอบสวน และบางหน่วยงานได้ตรวจสอบลงลึกไปในรายละเอียดมากแล้ว และจะนำข้อมูลต่างๆ มารวมกัน ซึ่งในแต่ละหน่วยงานมีอำนาจของตัวเองในการดำเนินคดี เพราะทุกอย่างอยู่ภายใต้ MOU ที่ได้ลงนามไว้ตั้งแต่ตนมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีกระแสข่าวเช่นนี้มาตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว จึงสั่งการให้มีการชะลอการสอบ และดำเนินการสอบ โดยมีมาตรฐานใหม่ กลไกใหม่ เปลี่ยนจากอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งเป็นอีกมหาลัย โดยตั้ง TOR ขึ้นมาเพื่อให้มีการคัดเลือก ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้คัดเลือก ระยะเวลา 2 ปีกว่าถึงจะมีการสอบรอบที่ 2 ตนสอบถามไปแล้ว ทำไมจึงต้องมาเร่งสอบตอนนี้ เพราะจากการยกเลิกการสอบครั้งที่ผ่านมา ทำให้ไม่มีการสอบมาแล้ว 3 ปี ในช่วงปลายปี 2568
นายอนุทิน เปิดเผยว่า ขณะเดียวกันกลุ่มที่ทุจริตการสอบ คิดว่ารัฐบาลนี้จะอยู่เพียงแค่ 4 เดือน และไม่ได้รับการเลือกตั้ง จนสามารถกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จึงไม่ได้เกรงกลัวอะไร รวมถึงไม่คิดว่าจะเปลี่ยนแปลงภายในกระทรวงมหาดไทย จึงไม่มีใครมารายงานเรื่องดังกล่าวกับตนสักคนเดียว
นายอนุทิน เปิดเผยว่า หากสอบแล้วไม่มีปัญหาอะไร ไม่เกิดความเสียหายและไม่มีการร้องเรียน ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมคงไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อ 7 หน่วยงานภายใต้ MOU เข้ามายับยั้งการทุจริต จนนำไปสู่การจับกุมบุคคล นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้ทำไว้ และเมื่อตนเข้ามาดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 2 ก็คงผิดความคาดหมาย จึงต้องมีกระบวนการแก้กระดาษคำตอบ และไฟล์ข้อมูล เห็นได้จากกระดาษคำตอบว่า ในกระดาษคำตอบได้ 45 คะแนน แต่ที่ประกาศผลโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายหรือนางสาวคนนี้ได้ถึง 77 คะแนน ส่วนอีกคนในกระดาษคำตอบได้ 33 คะแนน แต่ในการประกาศเป็น 70 คะแนน ดังนั้นการสุ่มตรวจ 80 คน อยู่ในลักษณะเช่นนี้ทั้งหมด
นายอนุทิน เปิดเผยว่า กระบวนการทุจริตครั้งนี้เตรียมการมาอย่างดี เนื่องจากกระดาษคำตอบมีรอยดินสอที่ใช้ฝน เพื่อตอบในกระดาษคำตอบล้นออกมา นอกจากนี้มีการกล่าวอ้างว่าเอกสารมีจำนวนมากอาจตรวจสอบไม่ทัน ทำให้มีการสร้างกระดาษคำตอบโดยเทคโนโลยีเอไอขึ้นมา ดังนั้นเมื่อเห็นเช่นนี้ ไม่ต้องถามกันอีกแล้ว เพราะหากเป็นเช่นนี้ มีการทุจริตแน่นอน โดยในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพราะถือเป็นการสอบทุจริต ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการ
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ รัฐบาลเป็นคนจับกุมผู้กระทำผิด โดยให้ทั้ง 7 หน่วยงานที่เซ็น MOU ไว้เป็นผู้ตรวจสอบและมาปราบโกง และกระบวนการได้เริ่มแล้วหากพลาดไปโดนใครก็ถือว่าเป็นคนนั้น ซึ่งเท่าที่ทราบมีเยอะแล้ว ทั้งเส้นเงิน กระบวนการ โดยถือหลักการ “ปิดชื่อถือพฤติกรรม”
เมื่อถามว่าใน 5 คนที่เป็นข้าราชการของกรม สถ.เป็นข้าราชการระดับใด นายอนุทิน ย้ำว่า เราปิดชื่อถือพฤติกรรม แต่หากผู้กระทำความผิดไม่ใหญ่จริง คงทำไม่ได้ในการเข้าถึงเอกสาร และกระบวนการนี้ก็เร่งทำ เพราะหลายคนบรรจุแล้ว พร้อมบอกกับข้าราชการว่า “ขอแสดงความเสียใจด้วย หากมีการตรวจสอบออกมาว่าผิด ที่มาผิด ทุกอย่างต้องเป็นโมฆะ ใครที่ทำอะไรไว้รู้แก่ใจดี” ตนคิดว่าไม่น่าจะหนีพ้นได้
นายอนุทิน เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีการบูรณาการเพิ่ม น้ำหนักหลักฐาน และความเข้มข้นของทุกหน่วยงาน เพื่อเอาผิดกับขบวนการนี้ให้ได้ ตนในฐานะนายกรัฐมนตรี เมื่อทราบกระบวนการนี้ ว่ามีความผิดแน่นอนได้ ได้แจ้งต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ชะลอการบรรจุข้าราชการ ในวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการ ส่วนจะบรรจุหรือไม่ มีคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ต้องพิจารณา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีบุคคลภายนอกร่วมด้วย ซึ่งทางนายกฯ ได้เสนอให้มีการชะลอการบรรจุ แต่คณะกรรมการส่วนใหญ่ที่มาจากภายนอกไม่เห็นด้วย ได้ลงมติให้มีการบรรจุข้าราชการต่อไป
เมื่อถามว่าในช่วงรัฐบาลหนู 1 ใครเป็นคนย่ามใจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ย่ามใจหมด เพราะเป็นสภาพของรัฐบาลรักษาการ เราเพิ่งทำงานได้อย่างเต็มที่ และได้รับความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพหลังช่วงการเลือกตั้ง
นายอนุทิน เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เข้าข่าย ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะยังไม่ได้มีการกล่าวหา และดำเนินคดี ขณะที่หน่วยงานอื่นอีก 6 หน่วยงาน ภายใต้เอ็มโอยูก็ดำเนินการคู่ขนานกัน และจะมีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทุจริตมีการกล่าวหาบุคคล ซึ่งน่าจะมีบุคคลที่มีชื่อชั้น มีความสำคัญ และมีตำแหน่งสูง ดังนั้นจะไปกล่าวหาลอยๆ ไม่ได้ แต่ต้องมีข้อมูล เพื่อที่ข้อมูลจะได้มีความกระชับแน่นหนามากขึ้น โอกาสที่จะดิ้นหลุดก็ไม่มี
“การกระทำผิดเพื่อการนี้ ต้องมาแก้ข้อสอบ แก้คะแนน ย้ายข้อสอบแก้ไฟล์ต้องมีการโอนเงินการบรรจุ แต่ละเรื่องเป็นอาญาแผ่นดินทั้งนั้น อย่างที่บอกว่าพวกชั่วขายชาติอะไรพวกนี้ เป็นความรู้สึกที่ทุกคนคงคิดแบบนี้เช่นกัน แต่เราจะบอกว่าคนนี้เป็นคนชั่วคนขายชาติคนขี้โกงเฉยๆ ไม่ได้ แต่ต้องพูดให้เขารับข้อกล่าวหานี้ด้วยหลักฐาน รัฐบาลของผมหลักฐานต้องเป็นที่ประจักษ์ มีหลักฐานแล้วต้องมัดตัวให้แน่นดิ้นไม่หลุด เราทำงานกันแบบนี้ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นว่ามีใครรอดสักราย“ นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ตั้งเป้าสอบเรื่องทีโออาร์ กระทรวงมหาดไทยจะหยิบมาดูด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ดี เพราะถ้า ป.ป.ช.สอบแล้ว เราก็สอบของเรา คนออกทีโออาร์ก็คนกระทรวงมหาดไทยทั้งนั้น ก็ต้องไปดูถึงกระบวนการทั้งหมด อย่างเรื่องของทีโออาร์ก็ต้องไปดูว่าทำไมถึงอนุญาตให้ทำเอไอในกระดาษคำตอบได้ ตนก็อยากจะรู้เหมือนกัน ตนจะกลับไปอ่านสัญญา ซึ่งเรื่องทีโออาร์ตนก็พอเป็นอยู่ไม่ใช่ไม่เป็น ทั้งชีวิตสมัยทำงานภาคเอกชนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของทีโออาร์ จะต้องตรวจทีโออาร์ให้ดี ต้องมาระดมความคิดกัน เรื่องพวกนี้ไม่ต้องห่วง
“มันไม่มีทางจัดสอบอย่างนี้ได้ ต่อให้ต้องใช้เวลาในการสอบสวนนานเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครกล้าสอบแล้วตอนนี้ ไปท้าให้เขาสอบอีก 2 เดือน ยังไม่มีใครจะมาเปิดสอบเลย ผมถือว่าเป็นการลดจำนวนข้าราชการที่ไม่ต้องเพิ่มขึ้น และต้องทำงานหนักขึ้น ผมไม่เชื่อว่าที่อ้างกันมา 3 ปีแล้วไม่ได้สอบเลยก็ไม่เห็นว่าการให้บริการประชาชน และประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างเป็นนัยสำคัญ ตรงกันข้ามยิ่งคนน้อยลงประหยัดทั้งงบประมาณแผ่นดิน และสามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ถ้าผมทำด้วยตัวเองได้ไม่ ต้องไปอาศัยคณะกรรมการ ผมไม่ให้สอบไม่มีเพิ่ม ผมทำงานกระทรวงมหาดไทยมา 3 ปี ไม่ได้รู้สึกเลยว่าประสิทธิภาพของกระทรวงมหาดไทย ด้วยข้าราชการที่มีอยู่ทุกวันนี้ยังรู้สึกว่าเยอะไปด้วยซ้ำ และยังคิดว่าถ้าเกษียณไม่ต้องเพิ่ม และมอบหมายงานให้เพิ่มมากขึ้น ทำงานมากด้วยความซื่อสัตย์สุจริตก็เป็นสิ่งที่สนุก จากนี้ไปข้อมูลต่างๆนานาจะหลั่งไหลเข้ามาให้ปลัดฯได้ดำเนินการอย่างเต็มที่“ นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวแสดงความมั่นใจด้วยว่าทางตำรวจ และ ป.ป.ช. จะต้องมาขอข้อมูลกระทรวงมหาดไทยไปประกบกับข้อมูลที่เขามีอยู่ ต่างคนต่างทำหน้าที่ ยิ่งเขาได้ข้อมูลมากก็ยิ่งทำสำนวนได้ตรง เราก็มีหน้าที่ส่งข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะเราไม่ได้ดำเนินคดีเอง
ภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวพยายามที่จะสอบถามนายอนุทินต่อว่าการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการท้าทาย และไม่เกรงกลัวต่ออำนาจนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่เกี่ยว เพราะไม่มีใครที่จะกระทำการทุจริตได้ ยกเว้นคนที่ตั้งใจ ไม่ได้ท้าทายอำนาจนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการท้าทายอำนาจประชาชน เพราะคนเหล่านี้ต้องไปเป็นข้าราชการรับใช้ประชาชน และต้องเป็นคนทำงานรับใช้ชาติ เข้ามาวันแรกก็โกงแล้ว อย่างนี้อนาคตประเทศจะมีปัญหา
เมื่อถามว่า จะมีบุคคลที่ใหญ่กว่าข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ และจะสาวถึงหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่ต้องห่วง ตอนนี้คนมารุมสืบสวนสอบสวนทุกหน่วยงาน ทั้ง ปปท. ปปง. และ ป.ป.ช. แค่ 3 หน่วยงานนี้