ป.ป.ช. ชี้มูล อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรียกรับเงินทอนวัดในพื้นที่นราธิวาส ส่งเอาผิดวินัย-อาญา แจ้งเรียกค่าเสียหายคืน
เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวก กรณีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนการจัดงานวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่จัดสรรให้วัดสิทธิสารประดิษฐ์ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ประจำปีงบประมาณ 2558
ข้อเท็จจริงเมื่อปี 2558 นายพนม ได้มีคำสั่งสำนักงาน พศ. แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนโครงการ/กิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาประจำปีงบประมาณ 2558 โดยมีนายพนม เป็นที่ปรึกษา และมีน.ส.ประนอม คงพิกุล รองผอ.สำนักงาน พศ. เป็นประธานกรรมการ พร้อมกับพวก ซึ่งจะพิจารณาหลักเกณฑ์และการจัดสรรเงินงบประมาณอุดหนุนส่งเสริมงานกิจการคณะสงฆ์ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาประจำปี 2558
โดยนายเสถียร ดำรงคดีราษฎร์ หรือนายสุรเชษฐ์ เจริญเมตตาธรรม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สงขลาได้ติดต่อเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ให้รวบรวมรายชื่อวัดในพื้นที่ ที่ประสงค์จะจัดกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้สำนักพุทธพิจารณาจัดสรรงบ แต่มีเงื่อนไขเมื่อได้รับเงินแล้วจะต้องถอนเงินส่วนหนึ่งคืนให้แก่สำนักพุทธ
โดยเมื่อได้รายชื่อวัดสิทธิสารประดิษฐ์แล้ว นายเสถียร ได้แจ้งให้กับนางสาวประนอมรับทราบ จากนั้นก็ได้มีการขออนุมัติจัดสรรและโอนเงินงบประมาณอุดหนุนจัดงานวันอาสาฬหบูชาประจำปี 2558 ซึ่งปรากฎชื่อวัดสิทธิสารประดิษฐ์ ได้รับการจัดสรรเงิน 3,000,000 บาท โดยที่วัดไม่เคยมีคำขอรับเงินสนับสนุน
นอกจากนี้ยังพบว่ามติที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนโครงการหรือกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาไม่มีการประชุมจริง โดยมีการเสนอผ่านนายบุญสืบ อินสาร ผู้อำนวยการส่วนการศึกษาสงเคราะห์ (เสียชีวิต) และเสนอต่อไปยังกองพุทธศาสนาศึกษา ทำให้นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นำเรื่องไปปรึกษาน.ส.ประนอม และให้นายพัฒนาเป็นผู้ลงนามแทนประสงค์ จักรคำ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนาศึกษาที่ติดอบรม
ก่อนเสนอผ่านนางสาวประนอมต่อไปยังนายพนม เพื่อพิจารณาอนุมัติและได้มีการลงนามตามที่เสนอทั้งที่สำนักพุทธศาสนายังไม่ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนส่งเสริมงานกิจการคณะสงฆ์ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
หลังจากนั้นนายพัฒนา ได้จัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการจัดสรรงบประมาณฯ ย้อนหลังเพื่อให้สอดคล้องกับบันทึกลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 ตามที่นางสาวประนอมสั่งการ และวันที่ 29 กรกฎาคม 2558 วัดที่สิทธิสารประดิษฐ์ ได้รับเงินโอน 2 ,999,970 บาท และถอนเงินจำนวน 2,300,000 บาท นำมามอบให้แก่นายเสถียร ก่อนส่งต่อเงินให้กับนางสาวประนอม
ทั้งนี้ หลังมีข่าวการจับกุมนายเสถียร กรณีเรียกรับเงินทอนวัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ น.ส.ประนอม จึงได้นำเงินสดมามอบให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อนำไปคืนให้กับวัดต่างๆ ในจ.นราธิวาส รวมถึงวัดสิทธิสารประดิษฐ์ด้วย
คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาและมีมติชี้มูล นายพนม ศรศิลป์ มีโทษทั้งทางอาญา และความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ส่วนน.ส.ประนอม คงพิกุล นายประสงค์ จักคำ นายพัฒนา สูอำมาตย์มนตรี มีความผิดทางอาญาและความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ส่วนความผิดอาญามาตรา 162 (4) ประกอบมาตรา 83 เนื่องจากขาดอายุความ จึงถูกระงับการดำเนินคดีในความผิดดังกล่าว ขณะที่นายเสถียร ดำรงราษฎร์ หรือนายสุรเชษฐ์ เจริญเมตตาธรรม มีความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐและมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ส่วนความผิดทางอาญามาตรา 157 และมาตรา 162 (4) ประกอบมาตรา 86และตามกฎหมาย ป.ป.ช. และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 123/1 ประกอบกฎหมายอาญามาตรา 86 ระงับการดำเนินคดีอาญาเนื่องจากหมดอายุความ
ทั้งนี้ ป.ป.ช.ได้ส่งรายงานการไต่สวนเอกสารหลักฐานสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ไปยังอัยการสูงสุดเพื่อส่งสารอาญาดำเนินการต่อและส่ง ไปยังผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการทางวินัย และแจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป