ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ก.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญ ได้เริ่มประชุมนักแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือและลงมติ เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่สส. จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ร้อง ว่า
พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง และได้ส่งความเห็นดังกล่าว เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่ง
บรรยากาศโดยรอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้มีสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งมาเฝ้าติดตามผลคำวินิจฉัย โดยแนวทางวินิจฉัยที่จะออกมามีได้ 3 ทาง คือ
1.ศาลเห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ วิกฤตพลังงานเข้าข่าย เป็น กรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 พ.ร.ก.มีผลใช้บังคับต่อ โดยสามารถรัฐบาลเดินหน้าโครงการและดำเนินการกู้เงินได้ทันที ทำให้รัฐบาลไม่มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพ
2.ศาลเห็นว่า เหตุผลในการออกพ.ร.ก.กู้เงิน ไม่เข้าขั้นเป็นความจำเป็นเร่งด่วนสามารถใช้กระบวนการการออกพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ได้ซึ่งก็จะมีผลให้พ.ร.ก.กู้เงินฉบับดังกล่าวตกไปและรัฐบาลต้องเริ่มกระบวนการใหม่ ซึ่งก็อาจจะทำให้รัฐบาลประสบปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น และเสถียรภาพของรัฐบาล
3.ศาลเห็นว่า ขัดรัฐธรรมนูญบางส่วน เนื่องจากโครงการด้านพลังงานบางโครงการ เป็นโครงการระยะยาวไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วน จึงอาจจะให้ผ่านเฉพาะในส่วนมาตรการเยียวยา จึงอาจให้ พ.ร.ก. มีผลเฉพาะในส่วนมาตรการเร่งด่วนหรือมาตรการเยียวยา ขณะที่ส่วนอื่นต้องดำเนินการผ่านกระบวนการออกพระราชบัญญัติ
ทั้งนี้ การพิจารณาวินิจฉัยในวันนี้ศาลธรรมนูญไม่ได้มีการนัดที่จะออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย โดยหลังการวินิจฉัยและลงมติแล้วมีการเผยแพร่เป็นเอกสารข่าวชี้แจง
ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารคำวินิจฉัย โดยมีมติ ร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
โดยจำนวนเงิน 2 แสนล้านบาทแรก เพื่อเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 9 ต่อ 0 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ส่วนจำนวนเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 7 ต่อ 2 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ