ชัชชาติ สั่งอพยพผู้พักอาศัย รัศมี30เมตร เหตุอุโมงค์รถไฟฟ้า น้ำรั่ว-ดินทรุด ย้ายจากพื้นที่1สัปดาห์ พร้อมปิดการจราจรแยกบ้านแขก-วงเวียนใหญ่ สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด
เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 9 ก.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. เดินทางลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุน้ำรั่วไหลภายในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ บริเวณใกล้วงเวียนใหญ่ โดยนายชัชชาติได้เข้าสังเกตการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุบนถนนประชาธิปก พร้อมทั้งตรวจสอบอาคารข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวและมีน้ำรั่วซึมภายในอุโมงค์
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้า คลินิก และอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยภายหลังจากการพูดคุยกับผู้รับเหมาก่อสร้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายชัชชาติได้เดินทางไปประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนในขณะนั้น
ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตคลองสาน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทผู้รับเหมา ได้ดำเนินการปิดการจราจรบนถนนประชาธิปก ตั้งแต่ช่วงแยกบ้านแขกไปจนถึงวงเวียนใหญ่
พร้อมทั้งใช้เครื่องมือตรวจวัดการทรุดตัวของผิวถนนและอาคารโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผิวถนนบริเวณจุดเกิดเหตุมีการทรุดตัวลงเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขยายแนวกั้นพื้นที่ออกไปเพื่อความปลอดภัยและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น. นายชัชชาติ เปิดเผยรายละเอียดสถานการณ์ว่า อุโมงค์ดังกล่าวเป็นเส้นทางเดียวกันกับจุดที่เคยเกิดเหตุที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล แต่เป็นคนละผู้รับเหมากัน สำหรับจุดเกิดเหตุนี้ถือเป็นจุดต่ำสุดของอุโมงค์ซึ่งทำหน้าที่คล้ายบ่อรับน้ำ จึงส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของน้ำและนำไปสู่การทรุดตัวของดิน โดยในขณะนี้ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้รับเหมากำลังเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่
สำหรับแนวทางการดำเนินงานของกทม.นั้น จะเน้นไปที่การดูแลความปลอดภัยของประชาชนบริเวณผิวจราจรเป็นหลัก โดยได้สั่งการให้มีการเฝ้าติดตามอัตราการรั่วของน้ำและการทรุดตัวของดินอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าความเสียหายมีแนวโน้มจะขยายวงกว้างออกไปหรือไม่ ทั้งนี้ได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังในรัศมี 30 เมตรจากจุดเกิดเหตุ
และจำเป็นต้องอพยพผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารโดยรอบถนนประชาธิปกจำนวน 3 อาคาร ซึ่งมีประชาชนรวมประมาณ 60 คน ให้ย้ายออกจากพื้นที่ไปก่อนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยในส่วนของอาคารที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมากที่สุดได้ดำเนินการอพยพประชาชนออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอาคารใกล้เคียงยังคงอยู่ในระหว่างการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเอียงตัวและการสั่นสะเทือนของอาคาร หากพบค่าที่ผิดปกติระบบจะแจ้งเตือนทันที
ในส่วนของด้านการจราจร กทม.ได้สั่งปิดการจราจรตั้งแต่แยกบ้านแขกถึงบริเวณวงเวียนใหญ่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าปฏิบัติงานและลดแรงสั่นสะเทือนที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกิดเหตุ โดยนายชัชชาติกล่าวว่า
จากรายงานสถานการณ์ล่าสุดพบว่ามีแนวโน้มทรงตัวแต่ยังไม่สามารถวางใจได้ จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยแนวทางแก้ไขหลักคือการเร่งหยุดการรั่วของน้ำและทำให้ชั้นดินมีความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้รับเหมาที่ต้องดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย
นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องการเยียวยาความเสียหายนั้น นายชัชชาติ ระบุว่าจะมีการพิจารณาในภายหลัง โดยขณะนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งยอมรับว่าหากมีความจำเป็นต้องปิดการจราจรเป็นเวลานาน อาจต้องมีการจัดรถรับส่งเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะโรงเรียนหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง