ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใกล้วงเวียนใหญ่ หลังสั่งอพยพอาคารในรัศมี 30 เมตร พบประชาชนส่วนใหญ่ย้ายออกจากพื้นที่แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นพื้นที่ ตรวจวัดการทรุดตัวและเฝ้าระวังอาคารตลอด 24 ชั่วโมง

หลังเกิดเหตุน้ำรั่วบริเวณอุโมงค์โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (สายสีม่วงใต้) ใกล้สถานีวงเวียนใหญ่ เมื่อวาน 9 ก.ค. ที่ผ่านมา มีคำสั่งอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในอาคารในรัศมี 30 เมตร ให้ออกจากพื้นที่และงดใช้อาคารเพื่อความปลอดภัย

ล่าสุดวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าเจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะสะพานลอยที่เมื่อวานยังสามารถใช้งานได้ แต่วันนี้ได้สั่งปิดการใช้งาน เนื่องจากอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมากที่สุด

จากการสำรวจพบว่า บ้านเรือนและร้านค้าส่วนใหญ่ในพื้นที่ได้ปิดทำการไม่มีผู้พักอาศัยหรือผู้ประกอบการอยู่ภายในอาคาร ประชาชนส่วนใหญ่ได้อพยพออกจากพื้นที่แล้ว เหลือเพียงบางส่วนที่ยังคงอยู่ภายในอาคาร

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบสภาพอาคาร วัดระดับการทรุดตัว รวมถึงตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนและการเอียงของอาคารตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเครื่องมือ “ScopeEye” ซึ่งติดตั้งโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับ USAR Thailand

ส่วนด้านการจราจร ภายหลังเจ้าหน้าที่ปิดการจราจรบริเวณจุดเกิดเหตุทั้งหมด และเปิดเส้นทางเบี่ยงบริเวณแยกบ้านแขก พบว่าบริเวณจุดเบี่ยงมีรถสะสมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรชะลอตัว ขณะที่การจราจรรอบวงเวียนใหญ่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ แม้จะชะลอตัวเป็นบางช่วง แต่ยังอยู่ภายใต้การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บุปผาราม อย่างใกล้ชิด

ส่วนบริเวณเกาะกลางวงเวียนใหญ่ หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เจ้าหน้าที่ได้ตั้งศูนย์อำนวยการและศูนย์รับเรื่องร้องเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เจ้าหน้าที่เทศกิจ และบริษัท UNIQUE ประจำอยู่ภายในศูนย์

ต่อมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีเดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี และพ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.สน.บุปผาราม ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อติดตามสถานการณ์

โดย นายชัชชาติ ได้พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันในช่วงเช้าวันนี้ รวมถึงสอบถามปัญหาด้านการจราจรหลังมีการปิดถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ รวมถึงพูดคุยความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่พร้อมทั้งยกมือไหว้ขอโทษประชาชนบางส่วนที่ทำให้เดือดร้อนจากเหตุดังกล่าว

นายชัชชาติ เผยสถานการณ์ดินทรุดใกล้อุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงเริ่มทรงตัว การทรุดตัวแทบหยุดลงและยังไม่พบรอยร้าวอาคารเพิ่ม แต่ต้องอพยพประชาชนในรัศมี 30 เมตรเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ยอมรับเครื่องมือตรวจวัดยังแจ้งการทรุดตัวเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับควบคุมได้ ขอประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางจุดเกิดเหตุหลังมีการจราจรปิดการจราจร

นายชัชชาติ เปิดเผยว่า จากการสังเกตสภาพพื้นที่ภายนอก โดยเฉพาะบริเวณเสากลางของสะพานลอย พบว่าการทรุดตัวแทบจะหยุดลงแล้ว ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณที่น่าเป็นห่วงไปกว่าสถานการณ์เมื่อวาน อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยไปก่อน

สำหรับวันนี้ จะมีการประเมินความคืบหน้าของการซ่อมแซมอีกครั้ง หลังผู้รับเหมาได้ดำเนินการฉีดเกราต์ (Grouting) เพื่อเสริมความแข็งแรงของชั้นดินด้านล่างเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นประเมินว่าสถานการณ์การทรุดตัวอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่ยังต้องรอผู้รับเหมาประเมินและยืนยันผลทางเทคนิคอีกครั้ง

ส่วนการอพยพประชาชน ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วเกือบทั้งหมด แต่ยังไม่ครบ 100% เนื่องจากยังมีประชาชนบางส่วนอาศัยอยู่ภายในอาคาร โดยผู้อำนวยการเขตจะเข้าไปประสานและทำความเข้าใจกับผู้ที่ยังไม่อพยพอีกครั้ง ทั้งนี้ พื้นที่อพยพยังคงอยู่ในรัศมี 30 เมตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์และหอพัก

นายชัชชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบยังไม่พบรอยแตกร้าวหรือความเสียหายของอาคารเพิ่มขึ้น ภาพรวมการทรุดตัวมีแนวโน้มชะลอลง เมื่อเทียบกับเมื่อวานที่มีการทรุดตัวมากกว่า ส่วนจะต้องใช้เวลาซ่อมแซมประมาณ 1 สัปดาห์ตามแผนเดิมหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้

เนื่องจากผู้รับเหมายังคงปฏิบัติงานอยู่ภายในอุโมงค์ ขณะที่กรุงเทพมหานครมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ด้านบน ส่วนรายละเอียดทางวิศวกรรมต้องรอผู้รับเหมาสรุปผลอีกครั้ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีจุดใดที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษหรือไม่ นายชัชชาติ ระบุว่า จากการประเมินเบื้องต้น ไม่พบว่าการทรุดตัวเพิ่มขึ้น แม้ยังต้องรอผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ แต่จากการสังเกตภายนอกยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ทุกอย่างมีความคงที่มากกว่าเมื่อวาน

ด้านการจราจร นายชัชชาติ กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถบริหารจัดการการจราจรได้เป็นอย่างดี ประกอบกับมีการส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ทำให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพราะการจราจรในบริเวณนี้ถือว่าสำคัญเนื่องจากเป็นจุดที่มีประชาชนใช้รถเยอะ

หลีกเลี่ยงถนนประชาธิปกมาจากทางอนุสาวรีย์มาจนถึงสี่แยกบ้านแขก แต่ยังสามารถใช้การสัญจรบนถนนลาดหญ้า ถนนสมเด็จเจ้าพระยา และถนนอิสรภาพ แติดละขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากรถโดยสารประจำทางยังคงต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถ และหากสถานการณ์มีความปลอดภัยมากขึ้น ก็อาจจะพิจารณาให้รถโดยสารกลับมาใช้เส้นทางเดิมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

นอกจากโรงเรียนศึกษานารีได้เลื่อนเวลาเปิดเรียนเป็นเวลา 09.00 น. เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร ส่วนจะมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ จะมีการประเมินและสรุปสถานการณ์อีกครั้งในช่วงเที่ยง โดยขณะนี้ยังคงปิดการจราจรตั้งแต่บริเวณถนนประชาธิปกไปจนถึงวงเวียนใหญ่และแยกบ้านแขก

ส่วนกรณีหากมีฝนตก นายชัชชาติ ระบุว่า เบื้องต้นไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีหลุมเปิดที่น้ำฝนจะไหลลงไปเหมือนกรณีเหตุการณ์บริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาล แต่เจ้าหน้าที่จะติดตามระดับน้ำใต้ดินอย่างต่อเนื่องว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

ทั้งนี้ ยอมรับว่าเครื่องมือตรวจวัดมีการแจ้งเตือนการทรุดตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง และเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน