พี่ชายร่ำไห้สูญเสียน้องชาย เป็นพนักงานร้านเดียวกัน เปิดใจนาทีพยายามช่วยน้องแต่ฝ่าควันไม่ไหว วอนช่วยนำร่างกลับลาวให้เร็วที่สุด พ่อแม่รออยู่
ต่อมาเวลา 13.50 วันที่ 13 ก.ค. 2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นายแก้วอุดอน ปุงปานี อายุ 24 ปี พี่ชายของนายพอนปะเสิด ปุงปานี 21 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตา ตนและน้องชายเป็นคนลาวทำงานอยู่ร้านเดียวกัน ทำงานที่นี่มาตั้งแต่ร้านเปิดแรกๆ ในช่วงที่เกิดเหตุ ตนและน้องเข้ากะทำงานช่วงเวลา 18.00 น. และเลิกงานประมาณ 02.00 น. ก่อนเกิดเหตุยังได้นั่งกินข้าวและพูดคุยกันตามปกติ ซึ่งนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าน้องชาย
นายแก้วอุดอน เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุตนกำลังเข้าห้องน้ำ จึงไม่ได้เห็นต้นเพลิงหรือเหตุการณ์ช่วงแรก กระทั่งเดินออกมาจะกลับเข้าไปในร้าน พบผู้คนจำนวนมากวิ่งหนีออกมา จึงรีบวิ่งตามออกมา โดยไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้หรือเสียงแจ้งเหตุใด ๆ ในขณะนั้น
หลังออกมาด้านนอก ตนรีบวิ่งตามหาน้องชาย โดยเริ่มจากบริเวณประตูด้านหลัง ก่อนจะวิ่งอ้อมมาด้านหน้าร้าน ถามพนักงานและคนที่ออกมาว่าเห็นน้องหรือไม่ หรือทราบว่าน้องอยู่จุดใด แต่ไม่มีใครให้คำตอบได้
เมื่อไม่พบน้อง ตนจึงหยิบถังดับเพลิงร่วมกับพนักงานอีกคน ก่อนพยายามฉีดดับไฟบริเวณหน้าประตู และเดินเข้าไปด้านในประมาณ 2-3 ก้าว พร้อมตะโกนเรียกชื่อน้องหลายครั้ง เนื่องจากทราบว่าปกติน้องทำงานอยู่บริเวณโซนกลางของร้าน แต่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ เพราะภายในเต็มไปด้วยควัน
ระหว่างพยายามเข้าไปช่วย ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือจากภายในร้าน ทำให้ยิ่งอยากฝ่าเข้าไปช่วยน้องชาย แต่ไม่สามารถเข้าไปต่อได้ เนื่องจากมีทั้งควันหนาทึบและไอความร้อนจำนวนมาก จนรู้ว่าหากฝืนเข้าไปอาจเป็นอันตราย
สำหรับมาตรการความปลอดภัยภายในร้าน นายแก้วอุดอน ระบุว่า ก่อนหน้านี้ทางร้านเคยแนะนำตำแหน่งทางออกฉุกเฉินและจุดวางถังดับเพลิงให้พนักงานทราบ โดยมีทางออกทั้งหมด 4 จุด และเท่าที่ทราบสามารถใช้งานได้ทุกจุด
นายแก้วอุดอน ยอมรับว่า ไม่เคยมีการซ้อมอพยพหนีไฟภายในร้าน แม้ตนจะเคยผ่านการซ้อมดับเพลิงจากที่อื่นมาก่อน ส่วนระบบสปริงเกอร์หรือระบบดับเพลิงอัตโนมัติภายในร้าน ตนไม่ทราบว่ามีหรือไม่
ส่วนประตูฉุกเฉินที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ นายแก้วอุดอน ระบุว่า จากที่ตนทราบ ประตูสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ ไม่ได้มีการล็อกกุญแจ แต่ทางร้านกำหนดให้มีพนักงานเป็นผู้รับผิดชอบในการเปิดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยในวันเกิดเหตุตนวิ่งออกมาทางประตูบริเวณห้องน้ำ ซึ่งคาดว่าเป็นประตูฉุกเฉินสำหรับพนักงาน
สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการให้ลูกค้าเช็กบิลก่อนออกจากร้าน หรือมีสิ่งของวางกีดขวางประตูฉุกเฉินนั้น นายแก้วอุดอน ระบุว่า ไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ เนื่องจากช่วงเกิดเหตุอยู่ภายในห้องน้ำ ส่วนกรณีที่มีการตั้งโต๊ะขายสินค้าบริเวณทางออกนั้น เท่าที่เห็นยังมีคนสามารถใช้ทางดังกล่าววิ่งออกมาได้
เมื่อถูกถามถึงผู้ที่ควรรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ นายแก้วอุดอน เผยว่า ขณะนี้ยังไม่อยากกล่าวโทษหรือชี้ว่าเป็นความผิดของฝ่ายใด เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับครอบครัวในเวลานี้ คือการนำร่างของน้องชายกลับบ้าน และตนเป็นห่วงสภาพจิตใจของครอบครัว และหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
ในส่วนที่ตนและน้องชายไม่ใช่คนไทย ตนไม่ได้กังวลใจว่าจะไม่ได้รับการเยียวยายืนยันว่าเรื่องเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้
“ตอนนี้สิ่งที่ผมต้องการที่สุด คืออยากเอาร่างน้องกลับบ้าน พ่อแม่กำลังรอลูกกลับไปพร้อมหน้าพร้อมตา คนมันจากไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากพาน้องกลับบ้านให้เร็วที่สุด” นายแก้วอุดอน กล่าวทั้งน้ำตา