ผบ.ตร.เผยประตูทางออก 2 จุด โต๊ะวางขวาง-ทางแคบผ่านได้ครั้งละ 1 คน จุดห้องน้ำหญิงเจอผู้เสียชีวิตเยอะสุด คาดผู้อยู่ภายในไม่ทราบทิศทางหลบหนี จึงวิ่งเข้าไปบริเวณห้องน้ำ เพื่อหาทางออกหรือหาน้ำ อาจเข้าข่ายประมาท ชี้ไม่ใช่อุทาหรณ์แต่เป็นปัญหาซํ้าซาก
วันที่ 13 ก.ค.2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามเหตุเพลิงไหม้ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย อยู่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรอพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล โดยญาติสามารถติดต่อแจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์ MET พหล สน.พหลโยธิน และศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)
ส่วนผู้บาดเจ็บบางส่วนกลับบ้านแล้ว สั่งการให้พนักงานสอบสวนประสานโรงพยาบาลทุกแห่ง เพื่อเข้าสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่สามารถให้ข้อมูลได้ ขณะที่เจ้าของสถานบริการยังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU
ผบ.ตร. เผยว่า สั่งการใหเตั้งคณะพนักงานสอบสวนของ บก.น.2 และ สน.พหลโยธิน พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) สำนักงานเขต และแพทย์นิติเวช โดยแบ่งแนวทางสอบสวนออกเป็นหลายกลุ่ม ได้แก่ เจ้าของกิจการ หุ้นส่วน ผู้จัดการ พนักงาน ลูกจ้าง พ่อครัว แม่ครัว และช่างผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งและต่อเติมอาคาร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบว่า ด้านหน้าร้านติดถนนลาดพร้าวมีประตูเข้า-ออก 2 บาน ภายในเป็นอาคารชั้นเดียว ส่วนด้านหลังมีประตูอีก 2 จุด โดยประตูบริเวณห้องน้ำหญิงพบ มีโต๊ะวางจำหน่ายทอฟฟี่ตั้งขวางอยู่ เบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตจำนวนมากอยู่บริเวณห้องน้ำชายและหญิง สันนิษฐานว่าเมื่อเกิดเหตุ ผู้ที่อยู่ภายในไม่ทราบทิศทางหลบหนี จึงวิ่งเข้าไปบริเวณห้องน้ำ เพื่อหาทางออกหรือหาน้ำ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า สำหรับประตูดังกล่าวมีทั้งลูกบิดและกลอน แต่จะมีการล็อกไว้หรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบว่ามีประตู แต่ไม่สามารถใช้งานได้จริง อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำโดยประมาท
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังตรวจพบประตูทางออกอีกจุด ที่เชื่อมจากบริเวณบาร์น้ำ ไปด้านหลังห้องครัว ซึ่งมีป้ายระบุว่าเป็น “ทางออก” แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับพบว่าลูกบิดหรือมือจับประตูหายไป ประตูเป็นแบบบานเลื่อน และบริเวณทางเดิน มีทั้งชั้นวางของและล็อกเกอร์ตั้งกีดขวาง ทำให้ทางเดินแคบ สามารถเดินผ่านได้เพียงครั้งละ 1 คน จึงต้องตรวจสอบว่าการจัดวางสิ่งของดังกล่าว รวมถึงการต่อเติมอาคาร เป็นปัจจัยที่ทำให้การอพยพทำได้ยาก หรือเป็นสาเหตุที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วหรือไม่
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อีกประเด็นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คือ บริเวณเหนือเวทีดนตรี พบการตกแต่งจำนวนมาก หากมีการใช้วัสดุไวไฟ เพื่อปรับปรุงสถานที่หรือเพิ่มคุณภาพระบบเสียง ก็อาจสะท้อนถึงการดำเนินการที่ขาดความระมัดระวัง ทั้งหมดต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จาก พฐ.
ผบ.ตร. กล่าวว่า ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นของคดี คือ การพิจารณาว่าเข้าข่าย “กระทำโดยประมาท” หรือไม่ โดยมอบหมายให้ พฐ.ตรวจสอบบริเวณเพดานทั้งหมด ทั้งการเดินสายไฟ คุณภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบคัตเอาต์ และระบบตัดไฟ พร้อมตรวจสอบว่าอาคาร ซึ่งมีอายุประมาณ 53 ปี มีการต่อเติมดัดแปลงอะไรบ้าง รวมถึงประสานสำนักงานเขตตรวจสอบประวัติการขออนุญาตก่อสร้างและการต่อเติมในแต่ละช่วง เนื่องจากอาคารมีการเปลี่ยนผู้ประกอบการหลายครั้ง
ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า ประตูบางจุดถูกล็อกขณะเกิดเหตุ จะเชิญเจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงที่เข้าปฏิบัติหน้าที่มาสอบสวน เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีการล็อกในลักษณะใด
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดี มอบหมายให้คณะพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด พร้อมให้ พฐ.ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกมิติ ทั้งการต่อเติมอาคาร การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ความถูกต้องของการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาความรับผิดทางอาญาของผู้เกี่ยวข้องทุกคน ว่าเข้าข่ายประมาทในเรื่องใดบ้าง
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรใช้คำว่า อุทาหรณ์อีกต่อไป เพราะเกิดขึ้นซ้ำซากผู้ประกอบการทุกแห่งต้องตระหนักถึงมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะการเตรียมเส้นทางอพยพ การชี้แจงทางหนีไฟ และการรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งทั้งหมดเป็นอีกประเด็นที่ตำรวจจะตรวจสอบ
ส่วนจุดต้นเพลิง เบื้องต้นพบว่าอยู่บริเวณเหนือเวทีดนตรี โดยลักษณะของวัสดุพยานแตกต่างจากพื้นที่โถงรับประทานอาหาร และมีแนวโน้มเป็นวัสดุไวไฟ ขณะที่ใบอนุญาตประกอบกิจการ เบื้องต้นพบว่าดำเนินการถูกต้อง
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประตูพบว่าประตูด้านหน้าทั้ง 2 บานสามารถเปิดเข้า-ออกได้ตามปกติ ส่วนประตูบริเวณห้องน้ำมีลูกบิดและกลอนสไลด์ 2 จุด แต่มีโต๊ะจำหน่ายทอฟฟี่ตั้งขวาง แม้โต๊ะจะไม่ถูกเพลิงไหม้ แต่ควันจำนวนมากทำให้มีผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
กรณีมีกระแสข่าวว่าในช่วงลำเลียงผู้บาดเจ็บ มีบางโรงพยาบาลไม่รับผู้ป่วยอาการหนัก โดยเฉพาะโรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยืนยันว่า ได้รับรายงานจากผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเข้าร่วมประชุมกับตนแล้วว่า โรงพยาบาลรับผู้บาดเจ็บตามปกติ และมีการกระจายผู้บาดเจ็บทั้ง 63 ราย ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ตามศักยภาพการรักษา ไม่ได้มีการปฏิเสธการรับตัวผู้บาดเจ็บ
ผบ.ตร. ย้ำว่า ขณะนี้ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานเรื่องความประมาท เป็นแนวทางหลักในการสอบสวน พร้อมยอมรับว่าเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก แม้ตำรวจจะร่วมตรวจมาตรฐานสถานบริการมาโดยตลอด และได้กำชับให้มีมาตรการรองรับเหตุฉุกเฉิน แต่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ไม่ใช่รอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจเพียงอย่างเดียว
เมื่อถามว่าระบบป้องกันอัคคีภัยของร้านได้มาตรฐานหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบ รวมถึงต้องพิจารณาว่าเมื่อเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยสามารถเข้าระงับเหตุได้สะดวกเพียงใด เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นความรับผิดชอบที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึง
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการและสถานประกอบการในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อจัดทำเป็นต้นแบบในการตรวจสอบทั่วประเทศ
ส่วนกรณีที่เกิดภาพเปลวไฟพุ่งออกจากอาคาร ผบ.ตร. ระบุว่า ตามหลักธรรมชาติ เมื่อไฟเผาไหม้จนออกซิเจนภายในอาคารหมด หากมีการเปิดประตูด้านหลัง ไฟจะพุ่งออกมาหาอากาศตามที่ปรากฏในภาพ อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจสอบว่ามีเสียงระเบิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีถังแก๊สจำนวนเท่าใด ขนาดเท่าใด และมีถังใดระเบิดหรือไม่ โดยสั่งให้ พฐ.ตรวจสอบอย่างละเอียดทุกมิติ
ขณะเดียวกันคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน ในการรื้อเวทีและฝ้าเพดาน เพื่อเปิดพื้นที่ตรวจสอบจุดต้นเพลิง โดยจะประสานผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งร้านมาชี้จุด พร้อมนำภาพสภาพร้านก่อนเกิดเหตุมาเปรียบเทียบ เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วและเกิดควันจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย และบาดเจ็บ 63 ราย
สำหรับกรณีที่นักดนตรีเคยสะท้อนว่าภายในร้านมีปัญหาไฟตกเป็นประจำ และอาจเกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง หรือระบบคัตเอาต์ไม่สามารถตัดกระแสไฟได้ ผบ.ตร.ระบุว่า ได้สั่งการให้ พฐ.ตรวจสอบประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียดเช่นกัน เพื่อหาข้อเท็จจริงประกอบสำนวนคดี
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ