สส.ชนนพัฒฐ์ เข้ารับทราบข้อหา DSI อั้งยี่-องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จากมูลฐานคดีเว็บพนันสอบสวนปากคำเพิ่มเติมตามประเด็นทางคดี

วันที่ 13 ก.ค. 2569 จากกรณีวันที่ 29 พ.ค.69 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมพิจารณาวาระญัตติด่วน เรื่อง ขออนุญาตจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายชนนพัฒฐ์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรคหนึ่ง กำหนดห้ามมิให้มีการเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ประชุมได้อภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมจึงมีมติ 308 เสียง ต่อ 126 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 เสียง ไม่อนุญาตให้มีการส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ ไปรับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในระหว่างสมัยประชุม จนกว่าจะปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 11 ก.ค. 69

ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ได้เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 150/2568 ณ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ชั้น 9 ซึ่งคดีนี้เป็นกรณีที่มีการกล่าวหาผู้ต้องหา จำนวนทั้งสิ้น 27 ราย ในฐานความผิดเกี่ยวกับการให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และฟอกเงินจากเว็บพนันฯ โดยในจำนวนผู้ต้องหาดังกล่าวก็มีนายชนนพัฒฐ์ รวมอยู่ด้วย

ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะพนักงานสอบสวนได้มีการออกหมายเรียกให้ นายชนนพัฒฐ์ มารับทราบข้อกล่าวหาในชั้นต้นแล้ว ตามฐานความผิดสองข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ปรากฏว่าในเรื่องนี้มีการขยายผลพบเส้นทางการเงินที่ไปเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ จึงได้มีการหารือกับอัยการสูงสุด เพราะเห็นว่าความผิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร

เป็นเหตุให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนคดีนี้ต่อไป และมีคำสั่งให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

อย่างไรก็ดี หนังสือที่มีการแจ้งมาให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหานั้นตรงกับช่วงที่มีสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร กระทั่งปิดสมัยประชุมสภาเมื่อวันที่ 11 ก.ค.69 ที่ผ่านมา จึงเป็นเหตุให้วันนี้ (13 ก.ค.69) นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ได้ประสานขอเดินทางเข้าพบและรับทราบ 2 ข้อกล่าวหาดังกล่าวกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว แต่งกายเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยแต่อย่างใด โดยเดินทางมาพร้อมกับครอบครัว และทีมงานฝ่ายกฎหมาย ซึ่งระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ลงมารับตัวเพื่อขึ้นไปด้านบนอาคาร ห้องกองคดีฯ ปรากฏว่า นายชนนพัฒฐ์ ได้พยายามยืนหลบสื่อมวลชนอยู่ตรงบริเวณทางเข้าห้องน้ำ ชั้น 2 และยืนหันหลังตลอดเวลา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ลงมารับตัวหน้าลิฟต์ชั้น 2

ซึ่งระหว่างที่รอให้ลิฟท์เปิด นายชนนพัฒฐ์ ยังคงยืนหันหลัง ทำให้สื่อมวลชนไม่สามารถบันทึกภาพหน้าตรงได้ อย่างไรก็ตาม นายชนนพัฒฐ์ ยังอยู่ระหว่างการให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอบนกองคดีฯ ยังไม่มีการให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนแต่อย่างใด

ขณะที่แหล่งข่าวภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ภายหลังจะมีการปิดสมัยประชุมสภา นายชนนพัฒฐ์ ได้ประสานขอเข้าพบคณะพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อกล่าวหาตามคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุดก่อนหน้านี้ คือ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งในกระบวนการภายหลังจากมีการแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อผู้ต้องหาจะให้การชี้แจงตามประเด็น และข้อเท็จจริงในคดี

ส่วนในเรื่องของการขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องด้วยเป็นข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากความผิดเดิม และผู้ต้องหาเองก็ได้แสดงตนต่อหน้าพนักงานสอบสวน มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงเป็นเหตุให้ไม่ต้องมีการควบคุมตัวไว้หลังจากแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในวันนี้

ทั้งนี้ ในการสรุปสำนวนคดีดังกล่าว จะเร่งดำเนินการโดยเร็ว โดยจะต้องสรุปสำนวนพร้อมความเห็นทางคดีไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อให้อัยการสูงสุดได้ตรวจสอบสำนวนของคณะพนักงานสอบสวน และมีความเห็นต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน