ด่วน ดีเอสไอ บุกจับ “มัลลิกา” ผู้บริหารบริษัทดัง โบรกเกอร์ลงทุนเทรด Forex คาโรงพยาบาล หลังอ้างป่วยต้องเข้ารับการรักษา เจ้าตัวปฏิเสธตอบคำถามสื่อ
วันที่ 15 ก.ค.2569 ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้นำหมายจับศาลอาญาลงวันที่ 13 ก.ค.69 เข้าทำการจับกุมตัว น.ส.มัลลิกา (ขอสงวนนามสกุล) ผู้บริหารและกรรมการบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง
ในความผิดฐาน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน

ด่วน ดีเอสไอ บุกจับ “มัลลิกา” ผู้บริหารบริษัทดัง โบรกเกอร์ลงทุนเทรด Forex คาโรงพยาบาล หลังอ้างป่วยต้องเข้ารับการรักษา เจ้าตัวปฏิเสธตอบคำถามสื่อ
ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน
โดยเป็นการจับกุมตัวได้ที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง เนื่องด้วยเมื่อเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา น.ส.มัลลิกา อ้างมีอาการเจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล และมีกำหนดการต้องออกจากโรงพยาบาลในเวลา 08.30 น.
เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงเข้าทำการจับกุม พร้อมทำบันทึกจับกุม ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหามาส่งให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ที่ ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 9 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
โดยได้บันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
ต่อมาเวลา 09.05 น. เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ควบตัว น.ส.มัลลิกา มาถึงศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) พบว่าสวมเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีครีม กางเกงขายาวสีน้ำตาล สวมหน้ากากอนามัยสีดำ พร้อมแว่นสายตา
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า มีอะไรที่อยากจะพูดอยากจะชี้แจง หรืออยากจะขอความเป็นธรรมหรือไม่ เนื่องด้วยบริษัท คิวอาร์เอสฯ ก็เป็นบริษัทโบรกเกอร์เจ้าดัง และให้บริการเรื่องการเทรดมานานพอสมควร
รวมถึงเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดีเอสไอยังสามารถจับกุมตัวโค้ชเจมส์ได้ด้วย มีอะไรที่อยากจะชี้แจงถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงหรือไม่ แต่ปรากฏว่า น.ส.มัลลิกา ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว และเดินก้มหน้าตลอดเวลา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จะพาตัวขึ้นไปด้านบนอาคาร เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา และสอบสวนปากคำตามขั้นตอน
สำหรับพฤติการณ์ทางคดีของบริษัทดังกล่าว ตามรายงานการสืบสวนของดีเอสไอ พบว่า บริษัทโบรกเกอร์ที่รับเทรด มีจำนวน 4 ราย ได้แก่ บริษัทที่เกี่ยวกับประกอบกิจการรับจัดฝึกอบรมสัมมนา, บริษัทที่เกี่ยวกับนิติบุคคลประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, บริษัทเกี่ยวกับการสอนทางด้านเทคนิคการวิเคราะห์ การลงทุน,
บริษัทเกี่ยวกับนิติบุคคลสัญชาติอังกฤษ ถูกแจ้งเตือนว่าไม่ได้รับใบอนุญาตให้บริการหรือส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทางการเงินในสหราชอาณาจักร และเข้าข่ายการหลอกลวงหรือเป็นสแกม)
3.บริษัทเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน และ 4.บริษัทเป็นนิติบุคคลสัญชาติอังกฤษ ประกอบกิจการให้บริการซื้อขายออนไลน์ในตลาด Forex ทองคำ, บริษัทประกอบกิจการสัมมนาสอนเทรดสินทรัพย์ทางการเงิน, บริษัทประกอบกิจการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ตั้งเดียวกันกับบริษัทที่ผู้ต้องหาเป็นผู้บริหาร,
บริษัทโบรกเกอร์ผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ออนไลน์ และบริษัทสหภาพโคโมรอส หมู่เกาะในทวีปแอฟริกา จึงพบว่า บริษัทเป็น 1 ใน 4 บริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ (Broker) ที่มีเส้นทางการเงินรับโอน หรือรับประโยชน์จากผู้เสียหายจำนวนมากที่ได้ลงทุนเทรด Forex
ทั้งยังมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ ป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งนายภาวุธ ยืนยันเองว่า เจ้าตัวเป็นเพียงผู้เทรด และได้เทรดทองคำกับบริษัทดังกล่าวเพียงรายเดียว
เมื่อเทรดได้ จึงได้รับโอนเงินมาจากบริษัท เมื่อวันที่ 18 ก.ค.67 จำนวน 28 ล้านบาท รับโอนครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง รวมถึงบริษัทยังมีความเกี่ยวข้องกับนายมานิตย์ ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้แนะนำโบรกเกอร์ ที่ก็มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงสนิทสนมกับนายภาวุธ โดยเคยมีการเดินทางไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส (ปารีส) ด้วยกัน มีภาพร่วมงานประชุมสัมมนา
และที่สำคัญ นายมานิตย์ ยังมีความเกี่ยวข้องและเส้นทางการเงินโยงกับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่โอนเงินทอดแรกไปยังบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ก่อนที่บริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายภาวุธ ในวันที่ 18 ก.ค.67 ดังกล่าว
ขณะที่ ความเคลื่อนไหวของ นายธีรพงษ์ หรือ โค้ชเจมส์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4028/2569 ลงวันที่ 13 ก.ค.69 ซึ่งดีเอสไอจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนนำตัวมาส่งให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และได้สอบสวนปากคำเสร็จสิ้นแล้ว
โดยในวันนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวโค้ชเจมส์ ออกจากอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปฝากขังยังศาลอาญารัชดาภิเษก ซึ่งในการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ทางด้านทนายอมร กุศล ทนายความของโค้ชเจมส์ จะส่งทีมงานไปยื่นขอปล่อยตัวที่ศาลอาญา


