ใจสลาย พี่สาวร่ำไห้ รับศพน้องสาวเหยื่อ ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ลูกน้อยวัย 2 ขวบกำพร้าแม่ สุดเศร้า ยังไม่รู้จะต้องบอกหลานอย่างไร เผยนาทีรู้ข่าว
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 ก.ค.2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ น.ส.เข็มอักสร (ขอสงวนนามสกุล) พี่สาวของ น.ส.นภัสสร (ขอสงวนนามสกุล) หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เดินทางมาติดต่อขอรับศพด้วยบรรยากาศโศกเศร้า
พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า น้องสาวได้ขาดการติดต่อกับทางบ้านไปตั้งแต่วันเกิดเหตุ ซึ่งตอนแรกครอบครัวไม่ทราบมาก่อนเลยว่าน้องสาวจะเดินทางมาเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งนี้

ใจสลาย พี่สาวร่ำไห้ รับศพน้องสาวเหยื่อ ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ลูกน้อยวัย 2 ขวบกำพร้าแม่ สุดเศร้า ยังไม่รู้จะต้องบอกหลานอย่างไร เผยนาทีรู้ข่าว
จนกระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา แฟนของน้องสาวได้ทักมาถามผ่านทาง ติ๊กต็อก ว่า น้องสาวได้แจ้งทางบ้านหรือไม่ว่ามาเที่ยวที่นี่ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ครอบครัวกำลังติดตามข่าวไฟไหม้อยู่พอดี ทุกคนจึงพากันตกใจมากเพราะคิดว่าน้องสาวอยู่กับลูก
จากนั้นจึงรีบประสานให้พี่ชายที่อยู่แถวรัชดา เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและประสานงานต่อที่สถานีตำรวจ จนกระทั่งได้รับการยืนยันและส่งรูปถ่ายยืนยันเอกลักษณ์บุคคลกลับมาให้พี่เขยดู จึงทราบแน่ชัดว่าน้องสาวเสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ต้องรอผลตรวจและขั้นตอนทางนิติวิทยาศาสตร์จนถึงวันนี้ จึงสามารถมารับร่างกลับไปทำพิธีได้
น.ส.เข็มอักสร กล่าวต่อว่า คืนวันเกิดเหตุน้องสาวและกลุ่มเพื่อนเดินทางไปเที่ยวกันทั้งหมด 4 คน โดยมีผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว ส่วนอีก 3 คนเสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งรวมถึงน้องสาวของตนด้วย
สำหรับตัวน้องสาวนั้นมีลูกสาววัยเพียง 2 ขวบที่กำลังอยู่ในวัยน่ารักและติดแม่มาก โดยน้องสาวทำงานหาเงินเลี้ยงลูกมาโดยตลอด หลังจากนี้ทางครอบครัวคงต้องค่อย ๆ บอกความจริงกับหลาน และให้ทางฝั่งพ่อของเด็กช่วยดูแลสภาพจิตใจของลูกต่อไป
เนื่องจากหลานสาวคนนี้เป็นหลานคนเดียวที่คนในบ้านรักมาก การสูญเสียครั้งนี้จึงสร้างความเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับครอบครัวอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ทางร้านประกาศจะมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวน 10,000 บาท น.ส.เข็มอักสร กล่าวว่า ตนไม่ได้สนใจเรื่องเงินเยียวยาตรงนั้นเลย สิ่งเดียวที่พวกตนสนใจและเฝ้ารอคือเมื่อไหร่น้องสาวจะได้ออกจากนิติเวชเท่านั้น เงินจำนวนดังกล่าวถือว่าน้อยเกินไปหากเทียบกับชีวิตคนหนึ่งคน
“หากเป็นไปได้เราไม่ได้ต้องการเงินเลย แต่อยากให้น้องสาวตื่นขึ้นมาเหมือนเดิม อยากให้เป็นแค่การสลบหรือสำลักควันไป เพื่อให้น้องได้กลับมาดูลูกสาวของเขา เราไม่ได้อยากโทษหรือพูดถึงร้านแห่งนี้อีก เพราะต่อให้พูดไปน้องสาวก็คงไม่ฟื้นกลับขึ้นมา” พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าว
แต่อยากเรียกร้องให้ทางเจ้าของร้านแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถึงที่สุด เนื่องจากมีกระแสข่าวเรื่องการเคลมประกันต่าง ๆ ที่ระบุว่าไม่ได้ครอบคลุมถึงตัวบุคคล จึงอยากให้ทางร้านออกมาชี้แจงและรับผิดชอบชีวิตผู้สูญเสียอย่างจริงใจ ไม่ใช่เงียบหายไปตามกระแสข่าว ขณะที่ ทางครอบครัวจะนำร่างน้องสาวไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดมะสง จ.นนทบุรีต่อไป


