ญาติ2สาวเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ นิมนต์พระทำพิธีเชิญวิญญาณ ร้านเยียวยา1หมื่น ไม่สมเหตุสมผล เพื่อนเผย ผู้เสียชีวิตเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เป็นเสาหลักของครอบครัว
วันที่ 15 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. ครอบครัวของ นางสาวกชพร โสธรรัตน์ และ นางสาวภานิชา สิงห์ขร 2 ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณทั้งสองให้กลับบ้าน
โดยนิมนต์พระสงฆ์ 1 รูปมาประกอบพิธี พร้อมนำรูปภาพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย อาหารและผลไม้ซึ่งเป็นของโปรดของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 มาวางเป็นเครื่องเซ่นไหว้ และทำพิธีกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
นายนิรันดร์ ขิมนอก แฟนหนุ่มของ นางสาวกชพร โสธรรัตน์ หรือนิ่ม เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าวันเกิดเหตุตนเองไม่ทราบว่าภรรยามาเที่ยวที่ร้านนี้ แต่ทราบช่วงกลางดึกจากเพื่อนโทรศัพท์มาถามว่าเห็นข่าวหรือยัง ซึ่งตอนนั้นยังไม่เห็นข่าว เพื่อนจึงบอกให้เปิดดูข่าวเพราะภรรยาของตนเองอยู่ที่จุดเกิดเหตุนี้ และเพื่อนได้ส่งรูปกับข้อมูลมาให้ ยอมรับว่าใจหาย ทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก
และวันนี้ได้มาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของภรรยา โดยหลังจากนี้จะนำร่างของภรรยาไปบำเพ็ญกุศลตามทางศาสนาที่วัดเกิดการอุดม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
นายนิรันดร์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของร้าน หลังได้เดินสำรวจรอบ ๆ ทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังร้าน โดยมองว่าควรมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่านี้ และที่เห็นจากประตูทางออกดูเหมือนไม่มีความปลอดภัย พอมองเข้าไปข้างในก็เห็นเพดานต่ำมาก
นายนิรันดร์ บอกว่า ตนเองไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียแบบนี้ และในตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะเยียวยากันอย่างไรกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น สำหรับภรรยาทำงานอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เป็นคนขยันทำมาหากินและช่วยกันทำงานส่งลูกเรียนหนังสือ ซึ่งลูกอีก 2 ก็จะเรียนจบมหาลัยแล้ว
ขณะเดียวกัน นางสาวธิดา ไชยศรี เพื่อนร่วมงานของนางสาวกชกร เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุรู้ว่าทั้ง 2 คนมาเที่ยวด้วยกัน และทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกัน และก่อนหน้านี้ได้ไปรับร่างของเพื่อนทั้ง 2 คนแล้วที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดยจะนำร่างของทั้งสองคนไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดเดียวกันใน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกันและมาเที่ยวด้วยกัน ครอบครัวของทั้งสองคนจึงตัดสินใจให้ทำพิธีด้วยกัน
ส่วนเรื่องการเยียวยา เบื้องต้นมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้มอบเงินเยียวยาให้แล้ว รวมถึงการประสานและติดต่อกับตำรวจ สน.พหลโยธิน ก็ได้คำตอบที่เร็วในการติดตามหาผู้สูญหายและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงสถาบันนิติเวชวิทยาก็ทำงานกันเร็ว โดยมีการเทียบเคียงผล DNA เพียง 1 วัน ก็ทราบผลแล้ว
ส่วนเรื่องเงินเยียวยาอยากให้ทางร้านเยียวยามากกว่านี้ เบื้องต้นได้รับเงินเยียวยาจากร้าน 10,000 บาท แต่มองว่ายังไม่สมเหตุสมผล เพราะผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัวและเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวด้วย จึงอยากให้มีการเยียวยาที่สมเหตุสมผลมากกว่านี้



