แพทยสภา เตรียมสอบ รพ.เอกชน ราชบุรี ปมแฟนครูทรายเสียชีวิต หากมีมูลรับเป็นคดีจริยธรรม เตรียมรวบรวมข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย ก่อนจะสรุปว่าเกิดความบกพร่องหรือไม่
จากกรณีครูสาวโพสต์คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังสามีวัย 31 ปี ซึ่งเป็นผู้ประกันตน เสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลซานคามิลโล จ.ราชบุรี โดยอ้างว่าผู้ป่วยมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหงื่อออกมาก และขอให้แพทย์ตรวจหัวใจ แต่ไม่ได้รับการตรวจ ก่อนกลับไปเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 18 ก.ค.69 รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างยิ่ง ในส่วนของแพทยสภาจะรับผิดชอบเฉพาะการตรวจสอบมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ ส่วนการกำกับดูแลมาตรฐานของสถานพยาบาลเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)
รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี กล่าวว่า จากข้อมูลที่ปรากฏตามข่าว เบื้องต้นประเด็นที่ต้องตรวจสอบน่าจะอยู่ที่การใช้ดุลพินิจของแพทย์ในการวินิจฉัยและตัดสินใจรักษา ว่าเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียว จึงจำเป็นต้องรวบรวมข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายก่อนจะสรุปได้ว่าเกิดความบกพร่องหรือไม่
สำหรับกระบวนการของแพทยสภา สามารถเริ่มต้นได้ 2 แนวทาง คือ ญาติผู้เสียหายยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนคดีจริยธรรม หรือในกรณีที่ยังไม่มีการร้องเรียน แต่เลขาธิการแพทยสภาพิจารณาเห็นว่าเป็นกรณีที่มีผลกระทบต่อมาตรฐานวิชาชีพหรือสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ก็สามารถเสนอให้รับเรื่องเป็นคดีได้เอง
“หากญาติยังไม่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียน เชื่อว่าทางแพทยสภาจะพิจารณาติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด และอาจประสานไปยังผู้เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง หากเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีมูลก็สามารถรับเรื่องเข้าสู่การพิจารณาได้” รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี กล่าว
เมื่อถามถึงประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิด หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่มีการนำเสนอข่าว รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือการใช้ดุลพินิจในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว่ามีความเหมาะสมหรือเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ รวมถึงการสื่อสารและการให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติ
หากมีการใช้ถ้อยคำหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องตรวจสอบเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การพิจารณาจะต้องอาศัยข้อมูลจากทุกฝ่าย ทั้งญาติผู้เสียหาย แพทย์ผู้ให้การรักษา รวมถึงข้อมูลจากโรงพยาบาล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่สามารถตัดสินจากข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อเพียงด้านเดียวได้
รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี ยังแนะนำประชาชนว่า หากเห็นว่าการรักษาที่ได้รับอาจไม่เหมาะสม หรือไม่มั่นใจในดุลพินิจของแพทย์ ควรแจ้งผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของโรงพยาบาล เช่น ผู้ตรวจการโรงพยาบาล หรือผู้บริหารของโรงพยาบาลโดยทันที เพื่อให้มีการทบทวนการรักษาในระหว่างที่ผู้ป่วยยังอยู่ในความดูแล ซึ่งอาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงตามมาได้
พร้อมฝากถึงแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพว่า ควรใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบ หากไม่มั่นใจในการวินิจฉัยหรือแนวทางรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ
อ่าน ครูทราย เล่าเส้นทางรักษาก่อนแฟนเสียชีวิต เชื่อหากตรวจคลื่นหัวใจแต่แรก อาจไม่ต้องสูญเสีย