ตร. เผย คดีโกงสอบ ข้าราชการท้องถิ่นไป คืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 70 พบช่องโหว่การกระทำผิดเกิดขึ้นหลังการสอบแข่งขันเสร็จสิ้น เสนอ 30 ประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม
วันที่ 20 ก.ค.2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รองผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 6 ในฐานะโฆษกคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เปิดเผยหลังการประชุมครั้งที่ 3 ที่มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นประธานว่า คณะตรวจสอบฯ ได้พิจารณาจากพยานหลักฐานเอกสารและจากการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 7 ปาก จนมีเสนอเสนอแนะว่าให้ตรวจสอบใน 30 ประเด็นที่น่าสงสัย
โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ขั้นตอนก่อนสอบ ระหว่างสอบ และหลังสอบ โดยเฉพาะประเด็นที่พบการทุจริตเกิดขึ้นหลังการสอบเสร็จสิ้น
ส่วนรายละเอียดว่า การทุจริตจะเกิดขึ้นในขั้นตอนใดนั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจาก ผบ.ตร.มอบหมายให้ไปตรวจสอบเชิงลึก ภายใน 3 วัน ก่อนนำข้อมูลเข้ารายงานความคืบหน้าต่อนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯในวันที่ 24 ก.ค.นี้
สำหรับสอบแข่งขันในครั้งนี้ มีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เป็นผู้กำหนดกรอบอัตราตำแหน่งงานตามอัตราที่ต้องการ, คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในฐานะผู้ดำเนินการจัดสอบ ซึ่ง กสถ.อาจดำเนินการเองหรือจ้างหน่วยงานภายนอกเข้ามาดำเนินการก็ได้
ในการสอบครั้งนี้พบว่า มีการจ้างหน่วยงานอื่นเข้ามาดำเนินการจัดสอบ แต่ขณะนี้หน่วยงานที่กล่าวถึงยังไม่ถือว่ามีความผิด เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกที่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบไปแล้วกว่าร้อยละ 70
พ.ต.อ.อุเทน กล่าวว่า ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะตรวจสอบฯ สามารถนำไปประกอบในสำนวนคดีอาญาที่อยู่ในความรับผิดชอบของป.ป.ช.ได้ แต่ย้ำว่าการทำงานของคณะตรวจสอบฯ จะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เกี่ยวกับองค์กรและตัวบุคคลเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การดำเนินคดีอาญา หรือการแจ้งข้อกล่าวหา และการติดตามตัวผู้กระทำผิดในคดี เนื่องจากการทำงานในส่วนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
พ.ต.อ.อุเทน กล่าวต่อว่า การทำงานของคณะกรรมการฯ แยกออกจากการดำเนินคดีอาญาอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา ไม่ได้พิจารณาเรื่องการออกหมายเรียก การแจ้งข้อกล่าวหา หรือการดำเนินคดีกับบุคคลใด แต่มีหน้าที่ศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในภาพรวม เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงวิชาการและข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาของคณะกรรมการอาจเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีอาญา หากพบข้อเท็จจริงหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เนื่องจากข้อมูลที่รวบรวมได้อาจสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการหรือขั้นตอนที่เอื้อต่อการกระทำผิด แม้ว่าการทุจริตในการสอบแข่งขันจะไม่มีความผิดฐานเฉพาะตามกฎหมายก็ตาม