น้องของผู้ตาย ลั่น ไม่ให้อภัย หลานชาย บุกกระหน่ำยิงน้าสาว-น้าเขย ปมพิพาทที่ดิน เล่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายทำบัตรสนเท่ห์ประจานผู้ก่อเหตุ แต่ไม่รู้แรงจูงใจ
จากกรณี นายธีรมาต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ก่อเหตุยิง นายสง่า (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 71 ปี และ นางสุดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นน้าเขยและน้าสาวเสียชีวิตภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ก่อนจะยิงใส่ญาติที่พยายามเข้าช่วยเหลือบาดเจ็บรวม 4 ราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 28 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุ พบเป็นบ้าน 2 ชั้น ซึ่งเป็นบ้านของนายสง่าและนางสุดา ผู้เสียชีวิต ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการปิดกั้นพื้นที่ไว้ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายสงวน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี น้องชายแท้ ๆ ของนายสง่า ผู้เสียชีวิต

น้องของผู้ตาย ลั่น ไม่ให้อภัย หลานชาย บุกกระหน่ำยิงน้าสาว-น้าเขย ปมพิพาทที่ดิน เล่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายทำบัตรสนเท่ห์ประจานผู้ก่อเหตุ แต่ไม่รู้แรงจูงใจ
นายสงวน กล่าวว่า สาเหตุเรื่องนี้เกิดจากข้อพิพาทเรื่องที่ดิน ที่เกิดข้อพิพาทมานานกว่า 10 ปี เนื่องจากผู้ก่อเหตุต้องการพื้นที่ถนนที่มีข้อพิพาทเพิ่มขึ้นจาก 3 เมตร เป็น 4 เมตร และต้องการให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สาธารณะ เพราะเนื่องจากผู้ก่อเหตุต้องการนำที่ดินบ้านของตนเองไปจำนอง แต่ไม่สามารถจำนองได้เพราะเป็นพื้นที่ตาบอด
- อ่านข่าว : ด่วน หลานชาย กระหน่ำยิงญาติเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 3 ราย
- อ่านข่าว : เปิดสาเหตุสลด หลานชาย บุกกระหน่ำยิง ตา-ยาย เสียชีวิตคู่ ญาติเจ็บ2
- อ่านข่าว : เปิดคำให้การ หลานชาย เล่าความแค้นปมที่ดิน ก่อนบุกยิงเสียชีวิต2 เจ็บ4
จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทกัน แต่ไม่เคยถึงขั้นลงไม้ลงมือหรือทำร้ายร่างกายกัน เพราะทั้งคู่เป็นน้ากับหลานกัน และนำไปสู่การฟ้องร้องกันระหว่างผู้ก่อเหตุและนางสุดา แต่เรื่องการฟ้องร้องนี้จบไปประมาณ 2 ปีกว่าแล้ว และพื้นที่ดังกล่าวก็กลายเป็นที่จำยอม จึงมีการสร้างรั้วกั้นขึ้นมาให้เห็นเป็นกิจลักษณะ ในพื้นที่จำยอมดังกล่าว
หลังจากเรื่องราวนี้จบไป ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้มันจบกันไปแล้ว คิดว่าจะไม่มีปากเสียงหรือมีเรื่องกันอีก แต่จู่ ๆ ก็มาเกิดเหตุแบบนี้ ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ทราบว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้ผู้ก่อเหตุก่อเหตุครั้งนี้เช่นกัน
ส่วนตัวของนายสง่าพี่ชายของตน หลังจากที่เรื่องฟ้องร้องจบไป ตนก็ได้มีการคุยกับพี่ชาย แต่พี่ชายไม่เคยพูดถึงเรื่องดังกล่าวเลย จึงยิ่งทำให้คิดว่าเรื่องมันจบไปแล้วจริง ๆ
นายสงวน กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุตนทราบข่าวว่า นายสง่าเหมือนมีการไปประจานผู้ก่อเหตุ โดยการนำ ‘บัตรสนเท่ห์’ ทิ้งตามแยกตามบ้าน ซึ่งส่วนตัวก็ไม่เข้าใจว่าพี่ชายทำไปเพื่ออะไร ส่วนก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตมีการข่มขู่ ผู้ก่อเหตุหรือไม่นั้น ไม่มี พร้อมอ้างว่านายสง่าก็เหมือนเป็นพ่อที่คอยไกลเกลี่ย คอยบอกว่า อย่าพูดหยาบ หรืออะไรกันเลย เดี๋ยวก็ตายแล้ว
สำหรับผู้ก่อเหตุเป็นคนที่ปกติ ไม่ได้หัวร้อน ไม่เคยทะเลาะวิวาทกับใคร ก็เห็นว่าเดินทางไปทำงาน และเดินทางไปสมาคมตามปกติ ตัวผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวกับลูกกับเมีย ซึ่งตนก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าลูกกับเมียรู้เรื่องนี้ก่อนหรือไม่
นายสงวน กล่าวด้วยว่า หลังทราบเรื่องส่วนตัวยอมรับว่าฟิวส์ขาด เพราะตนมองว่าก็เป็นลูกหลานและสายเลือดเดียวกันทั้งนั้น ทำแบบนั้นได้ยังไง พร้อมบอกว่าตนจะไม่ให้อภัยผู้ก่อเหตุ ขอให้ทางการดำเนินการตามกฎเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง
“มันก็เหมือนเหตุการณ์ลูกกระทำแม่ที่ให้อภัยกันไม่ได้” ส่วนตัวตนไม่มีอะไรแต่ที่มาทำแบบนี้จนทำให้พี่ตนและพี่สะใภ้ตนเสียชีวิตเป็นใครใครก็ทนไม่ได้ และไม่เข้าใจว่าเขาคิดยังไงถึงได้กระทำกันแบบนี้ถึงต้องฆ่าแกงกัน
