ฟิล์ม ปฏิเสธทุกข้อหา แจงเส้นเงินที่ดีเอสไอพบมีเพียง 25 ล้าน ไม่ใช่ยอด 142 ล้าน เผยที่มาจากทำธุรกิจจำหน่ายหน้ากากอนามัยช่วงโควิด-19 ระบาด
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 ส.ค.2569 ที่ดีเอสไอ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม นักแสดงชายชื่อดัง เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ในฐานะผู้ต้องหาคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต นานกว่า 6 ชม.
ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช เปิดเผยว่า วันนี้เราได้รับทราบข้อกล่าวหาชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว โดยมีทุกเรื่องตามที่พนักงานสอบสวนได้แจ้ง อาทิ ประกอบกิจการฝึกอบรม เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำด้านการตลาดและการจำหน่ายด้านธุรกิจ เป็นนายหน้าให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา และตามด้วยข้อกล่าวหา เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เรายืนยันปฏิเสธทุกข้อหา และสำหรับเมื่อเช้าที่มีคำถามเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน 142 ล้านบาท ซึ่งนายรัฐภูมิรับโอนจากนายภูริทัต (พี่ชายของนายรัฐภูมิ) นั้น เราได้ดูข้อเท็จจริงแล้วพบว่าไม่มีจริง แต่มีเพียงเส้นทางการเงินจากบริษัทที่โอนมาเข้าบัญชีธนาคารของนายรัฐภูมิ เพียง 25 ล้านบาท ซึ่งจำนวนเงิน 25 ล้านบาทนี้เกิดขึ้นในปี 2562-2569 ซึ่งเป็นเวลาตั้ง 7 ปี แล้วเงิน 25 ล้านบาทนี้ ในปี 2565 พบเป็นช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งบริษัทเดิมมีชื่อว่า บริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกั“ ซึ่งบริษัทนี้ก็ดำเนินธุรกิจหน้ากากอนามัย ซึ่งปี 2563 เป็นช่วงที่หน้ากากอนามัยขายดี ทำให้มีเงินไหลเวียน แต่รวมเบ็ดเสร็จ 7 ปี มีแค่เงิน 25 ล้านบาทเท่านั้นที่เชื่อมโยงกับนายรัฐภูมิ
ทนายประมาณ เปิดเผยอีกว่า เส้นทางการเงินที่เข้ามาถึงบัญชีธนาคารของนายรัฐภูมิ ก็ไม่เกี่ยวกับคดีการฉ้อโกงประชาชนที่เกิดขึ้นในปี 2568-2569 (คดี Forex) ดังนั้นกระแสข่าวเรื่องเส้นทางการเงินจำนวน 142 ล้านบาท บอกตามตรงยกเมฆ แต่ทั้งหมดที่ดีเอสไอตั้งข้อหามา เราชี้แจงได้หมดเลย ไม่ว่าจะเรื่องเส้นทางการเงินที่โอนกันระหว่างนายรัฐภูมิ และนายภูริทัต ยอด 11 ล้านบาทบ้าง ยอด 4 ล้านบาทบ้าง อันนี้เราก็ชี้แจงได้เช่นกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นจำนวนเงินเล็กน้อยไม่สูงถึง 142 ล้านบาทตามหน้าข่าว
ด้าน ฟิล์ม รัฐภูมิ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ชี้แจงข้อกล่าวหา ตนรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะมาก เพราะทำให้เราได้รับทราบข้อกล่าวหา และรู้ว่าไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นนั้น เกี่ยวข้องกับเรื่องใด หลังจากนี้จะกลับไปเตรียมเอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อเข้ามาชี้แจงในภายหลัง
นายรัฐภูมิ เปิดเผยอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอหาว่า ตนชักชวน มีหน้าที่เป็นโบรกเกอร์ หรือมีลูกทีมนั้น ตนก็พบว่าดีเอสไอไม่ได้มีหลักฐานตรงนี้ เพราะตนไม่เคยชักชวนใคร
ทนายประมาณ กล่าวว่า เป็นเพียงการตั้งข้อกล่าวหาของดีเอสไอ ที่หาว่านายรัฐภูมิไปชักชวนบุคคลอื่น ซึ่งเราก็ให้การว่าเราไม่เคยชักขวนใครทั้งสิ้น