ผู้เสียหายแห่ร้อง สายไหมต้องรอด อ้างถูก อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง คนติดตามกว่า 10 ล้านคน ทำร้ายร่างกายรุนแรง กระทำอนาจาร ใช้อำนาจคุกคาม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ส.ค.2569 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร กลุ่มผู้เสียหายหลายรายเดินทางเข้าร้องเรียนต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมและนำหลักฐานเข้าให้ทีมงานตรวจสอบ

หลังถูก อินฟลูเอนเซอร์และสตรีมเมอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 10 ล้านคน ทำร้ายร่างกาย กระทำอนาจาร และใช้อำนาจข่มขู่คุกคามในองค์กร โดยหวั่นว่าจะมีผู้เสียหายรายอื่นที่เคยประสบเหตุในลักษณะเดียวกันแต่ยังไม่กล้าเปิดเผยตัว

หนึ่งในผู้เสียหายคือ น.ส.อารี (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี อดีตพนักงาน ที่ทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์รายนี้ตั้งแต่ปี 2566 เล่าว่า ตนเองตัดสินใจทิ้งงานเดิมมาร่วมงานด้วยเพราะคำชักชวน แต่หลังจากทำงานร่วมกันกลับพบว่าฝ่ายชายมีอารมณ์รุนแรงและควบคุมตัวเองไม่ได้ มักใช้อารมณ์ระบายใส่ตนเองซ้ำๆ ทั้งด่าทอ โยนสิ่งของใส่ จิกศีรษะ ถ่มน้ำลายใส่จานข้าว และเคยขู่จะใช้มีดแทง

แม้กระทั่งในเหตุการณ์ที่มีทีมงานอยู่ร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือหรือห้ามปราม นอกจากนี้ยังระบุว่าฝ่ายชายทำสื่อคอนเทนต์ที่มีเด็กติดตามจำนวนมาก จึงอยากให้สังคมและเยาวชนพิจารณาตัวตนที่แท้จริงเบื้องหลังกล้องว่าแตกต่างจากภาพที่ปรากฏหน้ากล้องอย่างไร

ด้าน นายเวสป้า (สงวนนามสกุล)อายุ 24 ปี อดีตพนักงานที่ทำงานมานาน 2 ปี เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2567 ตนถูกขอให้นำบัญชีธนาคารส่วนตัวไปใช้รับเงินจากสปอนเซอร์โดยไม่ทราบแหล่งที่มา แล้วจึงโอนเงินหรือชำระค่าใช้จ่ายตามคำสั่งผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งเคยมียอดเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีกว่า 1 ล้านบาท และเคยโอนเงินตามสั่งรวมสูงถึง 1.4 ล้านบาท

แม้ตนเคยปฏิเสธแต่ก็ถูกกดดันและยอมทำเพราะหวาดกลัวพฤติกรรมความรุนแรงในองค์กร จนกระทั่งตัดสินใจลาออกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากกังวลเรื่องข้อกฎหมาย และต้องการให้มีการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินให้เกิดความถูกต้องและโปร่งใส

ขณะที่ นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ผู้สมัครเข้าเป็นเด็กปั้นและทำงานในตำแหน่งครีเอเตอร์รวมถึงแม่บ้านนาน 8-9 เดือน เปิดเผยว่า ตนถูกลวงให้เดินทางมาจากต่างจังหวัด และเข้าพักในสตูดิโอ โดยอ้างการดูแลแบบครอบครัว แต่กลับถูกคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง ทั้งการบังคับกอด การกัดแก้ม ตลอดจนการแอบเข้ามาในห้องนอนยามวิกาลเพื่อหอมแก้ม และพยายามลวนลาม

จนกระทั่งมีพนักงานอีกคนเดินเข้ามาพบ ฝ่ายชายจึงหยุดกระทำและผละออกไป ซึ่งตลอดการทำงานตนไม่เคยได้รับเงินเดือนอย่างเป็นทางการ มีเพียงเงินเบิกใช้วิถีชีวิตประจำวันและค่าเปิดตัวรวมประมาณ 60,000-70,000 บาท เท่านั้น ขณะนี้ได้นำเรื่องเข้าแจ้งความและปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

นอกจากนี้ นายฮัท (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี อดีตช่างภาพที่ทำงานได้ประมาณ 4 เดือน เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์เรื่องมุมกล้องตามคำสั่ง กลับถูกอินฟลูเอนเซอร์รายนี้ตำหนิอย่างรุนแรงและท้าทายให้ต่อสู้ แม้ตนจะยกมือไหว้ขอโทษแต่กลับถูกทำร้ายร่างกาย ทั้งชกใบหน้า บีบคอ นำอุปกรณ์ชกมวยมาตีศีรษะ และถ่มน้ำลายใส่ ก่อนจะถูกเลิกจ้างในวันเดียวกันพร้อมคำขู่เข็ญ ซึ่งตนได้เดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้เรียบร้อยแล้ว

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นข้อมูลจากฝั่งผู้เสียหาย ซึ่งผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ในประเด็นพฤติกรรมคุกคามทางเพศและการทำร้ายร่างกาย จะต้องประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตรวจสอบอย่างละเอียด รวมถึงประเด็นการนำบัญชีบุคคลอื่นไปใช้รับเงินและควบคุมการเบิกจ่ายว่าเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายอื่นหรือไม่

พร้อมแสดงความห่วงใยว่าคอนเทนต์ของช่องดังกล่าวมีเยาวชนติดตามเป็นจำนวนมาก การแสดงออกหรือพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงอาจส่งผลกระทบและสร้างความเข้าใจผิดให้แก่เด็กและเยาวชนในสังคมได้

อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

ผู้เสียหายแห่ร้อง อ้างถูก อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง คนติดตาม 10 ล้าน ทำร้ายร่างกายรุนแรง กระทำอนาจาร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน