ฉลองนอนเรือนจำคืนแรก ปรับตัวได้ ทานข้าวเย็นพบมีความดันโลหิตสูงเล็กน้อย – มียาประจำตัวติดตัวมา กรณีเคยเป็นผู้คุมมาก่อน ไม่มีผลต่อการเลือกปฏิบัติดูแลสวัสดิภาพผู้ต้องขัง ราชทัณฑ์ยึดหลักปฏิบัติเท่าเทียม
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2569 จากกรณีพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ควบคุมตัว นายฉลอง เรี่ยวแรง อายุ 71 ปี ผู้ต้องหาในคดีบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิต มายื่นคำร้อฝากขังต่อศาลเป็นครั้งแรก (คดีหมายเลขดำ ฝ.823/2569)
โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหาหนักแก่นายฉลอง ในหลายฐานความผิด ประกอบด้วย ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน ซึ่งข้อหาดังกล่าวเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 80, 91, 288, 371, 376 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72 และ 72 ทวิ
ทั้งนี้ ภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาคำร้องขอฝากขัง ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดนนทบุรีได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นการกระทำที่ร้ายแรงและอุกอาจ อีกทั้งคดีนี้มีอัตราโทษสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้ทำการคัดค้านการประกันตัว หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว และออกหมายขังนายฉลอง เรี่ยวแรง เพื่อส่งตัวฝากขังระหว่างพิจารณาคดียังเรือนจำจังหวัดนนทบุรี
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ได้รับตัวนายฉลอง เรี่ยวแรง ตามหมายฝากขังของศาลจังหวัดนนทบุรี โดยเรือนจำฯ ดำเนินการตรวจสอบเอกสารและยืนยันตัวบุคคลตามขั้นตอนเสร็จสิ้นเรียบร้อย ก่อนนำตัวเข้าห้องกักโรคโควิด-19 เป็นระยะเวลา 5 วัน (11 ส.ค.69-16 ส.ค.69)
โดยในคืนวันแรก พบว่านายฉลองสามารถปรับตัวและรับประทานอาหารของเรือนจำฯ ได้ตามปกติ โดยอาหารมื้อเย็นของเรือนจำฯ วานนี้เป็นเมนูแกงป่าไก่หน่อไม้สด ข้าวสวย และไข่ไก่ต้ม พร้อมยืนยันว่า การจัดอาหาร เครื่องใช้และการดูแลเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป ไม่มีสิทธิพิเศษและไม่มีการปฏิบัติที่แตกต่าง
ทั้งนี้ ในกระบวนการแรกรับและการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกรายจะผ่านขั้นตอนแรกรับ ได้แก่ ตรวจสอบหมายศาล ยืนยันตัวบุคคล พิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือ และตรวจสุขภาพ
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสุขภาพของนายฉลอง และซักประวัติโรคประจำตัว รวมถึงยาที่รับประทานเป็นประจำนั้น ผลเบื้องต้นพบว่านายฉลองมีระดับความดันโลหิตสูงเล็กน้อย และมียาประจำตัวติดตัวมา เจ้าหน้าที่จึงได้นำเข้าสู่กระบวนการดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์ตามความเหมาะสม ทั้งยังมีการประเมินสภาพจิตใจเบื้องต้น
อย่างไรก็ดี จากผลการประเมินพบว่านายฉลอง ไม่มีความกังวลเรื่องคดี แต่มีความกังวลเรื่องการนอนหลับเล็กน้อย เพราะเดิมเจ้าตัวเป็นคนนอนกลางวัน จึงทำให้ในช่วงกลางคืนหลับยากเล็กน้อย มีหลับ ๆ ตื่น ๆ ในช่วงกลางดึก เป็นเหตุให้ต้องรับประทานยานอนหลับ
ทั้งนี้ นายฉลองยังไม่สัญญาณความคิดทำร้ายตนเอง โดยหากมีความเครียดหรือความวิตกกังวล ก็สามารถขอรับคำปรึกษาจากบุคลากรด้านสุขภาพจิตของเรือนจำได้ และนอกจากนี้ สำหรับอาหารมื้อเช้าวันที่ 12 ส.ค.69 คือ เมนูต้มจับฉ่ายหมู ข้าวสวย โดยนายฉลองสามารถรับประทานได้ตามปกติ
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า กรณีเรื่องความปลอดภัยและการจำแนกผู้ต้องขังนั้น การจัดพื้นที่ควบคุมและจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง ทางเรือนจำฯ จะพิจารณาจากคดี ประวัติ พฤติกรรม สุขภาพ ความเสี่ยง และปัจจัยด้านความปลอดภัย ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ อย่างไรก็ดี กรณีที่นายฉลอง เคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ (ตำแหน่งผู้คุม) มาก่อนนั้น ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาประกอบการประเมินตามขั้นตอน แต่ไม่ได้ทำให้ได้รับสิทธิพิเศษหรือการปฏิบัติที่แตกต่างจากหลักเกณฑ์
ทั้งนี้ ในเรื่องของรายละเอียดแดนที่จะควบคุม หรือผู้ต้องขังที่อยู่ร่วมพื้นที่ หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยเฉพาะราย ทางเรือนจำฯ ไม่สามารถเปิดเผยเชิงลึกได้ เนื่องจากอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ต้องขังและระบบการควบคุม แต่ขอให้ความมั่นใจว่าเรือนจำฯ จะดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของผู้ต้องขังทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
ส่วนกรณีการเยี่ยมญาติและการพบทนายความนั้น สำหรับการเยี่ยมญาติและการพบทนายความ จะดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ โดยคำนึงถึงทั้งสิทธิของผู้ต้องขังและความปลอดภัยของส่วนรวม ทั้งนี้ เมื่อนายฉลอง ครบกำหนดแยกกักโรค 5 วัน (วันที่ 17 ส.ค.69) ญาติและครอบครัวที่มีคุณสมบัติตามที่ผู้ต้องขังระบุรายชื่อไว้ ก็สามารถติดต่อขอเยี่ยมได้ตามระเบียบ ส่วนทนายความสามารถติดต่อเข้าพบได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดภายหลังพ้นระยะการแยกกักโรคแล้ว