ญาติร้องขอความเป็นธรรม ผู้ใหญ่บ้านเมาชน 2 ศพ สลดดญ.14แขนขาดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ผู้ว่าฯกำแพงเพชร สั่งสอบวินัยร้ายแรง ให้ลาออกจากตำแหน่งทันที เผยวงจรปิดชนกระบะคันหนึ่งแล้วยังไม่หยุด สุดท้ายชนจยย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.10 น. วันที่ 10 ส.ค.69 ร.ต.อ.หญิงจิตตินัฎฐ์ สีตลพฤกษ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณถนนสายป่าพุทรา-แสนตอ ต่อเนื่องบนสะพานป่าพุทรา-แสนตอ หมู่ 2 ต.แสนตอ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร

ผู้ใหญ่บ้านเมาชน 2 ศพ สลดดญ.14แขนขาดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบริเวณฝั่ง ต.แสนต่อ หน้า อ.ขาณุวรลักษบุรี พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ ไททัน (สีเงิน) ทะเบียน กบ 5832 กำแพงเพชร สภาพด้านหน้าซ้ายและรอบคันพังเสียหาย มี นายสุพัฒน์ อายุ 45 ปี เป็นผู้ขับขี่ อยู่ ต.ปางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร

อีกฝั่งสะพาน ต.ป่าพุทรา พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ นิสสัน นาวาร่า สีเทา ทะเบียน บห 8830 พิษณุโลก มี นายอภิสิทธิ์ อายุ ปี 40 ปี อยู่ ต.บึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร เป็นผู้ขับ โดยถูกรถกระบะของ นายสุพัฒน์ เฉี่ยวชนบริเวณหน้า 7-11 แล้วขับข้ามสะพานมาชนกับรถจักรยานยนต์และเสาไฟข้างทาง

นอกจากนี้บริเวณคอสะพานฝั่งหน้าอำเภอ ยังพบรถจักรยานยนต์ที่ถูกชน ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ 110i สีเทาดำ ทะเบียน 1 กก 8907 นครสวรรค์ มี ด.ญ. อายุ 14 ปี เป็นผู้ขับขี่ อยู่ ต.โค้งไผ่ อ.ชาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร เสียชีวิตในที่เกิดเหตุสภาพศพแขนข้างซ้ายขาด แขนขาผิดรูป

และผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นชาย อายุ 19 ปี อยู่ ต.ป่าพุทรา อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร กู้ภัยได้นำส่งโรงพยาบาลต่อมาเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 2 ศพ

จากเหตุการณ์ที่คลิปของผู้เห็นเหตุการณ์ได้ถ่ายเอาไว้ พบว่าเจ้าหน้าที่ได้นำแขนของ ด.ญ.อายุ 14 ปึ ผู้เสียชีวิต มาวางไว้ที่บริเวณศพห่างออกไปประมาณ 100 เมตร ซึ่งคาดว่าจะถูกราวกั้นขอบสะพานบาดจนขาด ขณะที่อีกหนึ่งคลิป เป็นวินาทีหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่และประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ได้เชิญตัว นายสุพัฒน์ ผู้ขับขี่รถกระบะไททัน โดยภายหลังทราบว่าเป็นผู้ใหญ่บ้าน ต.ปางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพขร โดยอยู่ในอาการคล้ายมึนเมาพูดจาไม่รู้เรื่อง

วงจรปิดเผยนาทีเกิดเหตุ ชนกระบะคันหนึ่งแล้วยังไม่หยุด ขับไปชนจยย.สลด

จากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุจะเห็นได้ว่า นายสุพัฒน์ ได้ขับรถออกมาจากงานเลี้ยงวันกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านภายใน อ.ขาณุวรลักษบุรี ในช่วง เวลา 20.06 น.จากนั้นก็ได้ขับย้อนข้ามสะพานกลับไปฝั่ง ต.ป่าพุทรา โดยได้ไปเจอกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตทั้งสองบริเวณแยกหน้าร้านสะดวกซื้อ

โดยเด็กทั้งสองได้เดินทางออกมาจากบ้านเพื่อที่จะเตรียมตัวไปขึ้นรถที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ สกร.ขาณุวรลักษบุรี และเดินทางไปศึกษาดูงานที่จังหวัดสุพรรณบุรี จากนั้นรถกระบะก็ได้กลับรถเลี้ยวไปเฉี่ยวกับรถที่สวนมา และไม่จอดแต่กลับขับรถเร่งความเร็วขึ้นสะพานจนไปชนกับเด็กทั้งสอง และเสียหลักไปชนเสาไฟเกือบชนร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ข้างทางจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว โชคดีที่ไม่มีคนยืนสั่งก๋วยเตี๋ยวอยู่บริเวณร้านดังกล่าว โดยปกติแล้วจะมีคนมายืนรอหน้าร้าน

หลังเกิดเหตุก็มีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้มาดูรถกระบะคันก่อเหตุ ซึ่งช่วงเวลานั้นยังไม่มีใครรู้ว่าได้ขับชนรถจักรยานยนต์ของเด็กทั้งสองบนสะพาน จนคนขับรถตามมาบอกว่าได้มีการเฉี่ยวชนรถกระบะอีกฝั่งและชนรถจักรยานยนต์จนเด็กผู้หญิงเสียชีวิตคาที่

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลจำนวนมากว่ามีการสั่งปิดข่าวจากนักการเมืองในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งต่อมาครอบครัวผู้เสียชีวิตก็ได้ร้องขอความเป็นธรรมจากสื่อต่างๆ พร้อมส่งข้อมูลหลักฐานให้นำเสนอ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้ก่อเหตุเป็นถึงผู้ใหญ่บ้าน และมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ทั้งเหตุดังกล่าวเป็นเหตุที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเมาแล้วขับจึงเกรงว่าเรื่องจะเงียบและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ไม่ได้รับการเยียวยา

ญาติของ 2 ผู้เสียชีวิต ครอบครัวยากจนร้องขอความเป็นธรรม

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับครอบครัวผู้เสียชีวิตชาย อายุ 19 ปี น้องสตังค์ โดยครอบครัวได้จัดบำเพ็ญกุศลศพอยู่ภายในวัดพัฒนราษฎร์บำรุง ม.1 ต.ป่าพุทรา อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ซึ่งครอบครัวยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผู้เป็นยายได้กล่าวทั้งน้ำตากับผู้สื่อข่าวกับการสูญเสียหลานชายไปในครั้งนี้ที่ไม่ควรเกิดจากฝีมือของคนที่เป็นผู้นำหมู่บ้านและและมีอาการเมาแล้วขับ โดยเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากเกิดเหตุ ฝ่ายคู่กรณีได้มอบเงินเยียวยามาเพียง 10,000 บาทในการจัดงานศพเท่านั้น อยากให้ตำรวจทำคดีตรงไปตรงมา

นางอำพล อายุ 65 ปี อยู่ ต.ป่าพุทรา อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ผู้เป็นยาย เล่าว่า ในวันเกิดเหตุหลานชายของตนกำลังเตรียมตัวเดินทางไปทัศนศึกษา ที่ จ.สุพรรณบุรี โดยมีเพื่อนรุ่นน้องผู้หญิงขับรถมารับที่บ้านออกไปไม่ถึง 5 นาที ก็ได้รับข่าวเศร้า โดยตนได้เลี้ยงหลานชายมาตั้งแต่เล็กเนื่องจากพ่อและแม่แยกทางกัน ปัจจุบันผู้เป็นแม่ก็ป่วย ตนก็เดินไม่ค่อยได้ ตนก็หวังจะอาศัยหลานชายในยามเจ็บป่วยช่วยดูแล

ที่ผ่านมาหลานตนเป็นคนดี มีแต่เพื่อนผู้หญิง ไม่เกเร ที่ผ่านมากำลังจะเรียนจบ ม.6 แต่กลับมาอายุสั้นเจอเหตุการณ์แบบนี้ตนก็กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ก่อนเสียชีวิตยังพูดเป็นลางกับตนล้อแม่ว่าต่อไปนี้แม่นอนคนเดียวนะระวังจะมีคนมาขึ้นหา จนอยากจะฝากถึงตำรวจให้ทำคดีตรงไปตรงมา และฝากถึงผู้ใหญ่บ้านที่เมาแล้วขับว่าอย่าไปทำอีก ซึ่งทำไมไม่หยุดตั้งแต่ตอนเฉี่ยวรถกระบะคันแรก ทำไมขับรถมาชนหลานของตนจนเสียชีวิตถ้าหยุดตั้งแต่ตอนนั้น คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้

ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดโพธิ์ศรี ม.6 ต.โค้งไผ่ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร จุดที่ตั้งศพที่ 2 บำเพ็ญกุศลของ ด.ญ. อายุ 14 ปี น้องเปรม ทางครอบครัวได้ช่วยกันจัดเตรียมงานศพและอยู่ในความโศกเศร้าอย่างมาก ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์กับหลานตนเอง ยิ่งรู้ว่าคนขับเป็นผู้ใหญ่บ้านและเมาก็ยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจกับญาติพี่น้องอย่างมาก อีกทั้งครอบครัวก็ยากจนไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาจัดงานศพ โดยพ่อของเด็กผู้หญิงที่เสียชีวิตก็มีอาการพิการหูหนวกสื่อสารไม่ค่อยรู้เรื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางไปจัดการเรื่องแจ้งการเสียชีวิตของลูกสาว

นางสมคะเน อายุ 67 ปี อยู่ ต.โค้งไผ่ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร เล่าว่า “ตนเองตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลานสาวอย่างมาก จนทำให้ขณะนี้นอนไม่หลับและเครียด ข้าวก็ไม่ได้กิน วันเกิดเหตุตนก็คิดว่าหลานสาวออกไปซื้อของกินตามปกติมารู้จากพ่อเค้าอีกทีว่าไปทัศนศึกษากับเพื่อนของศูนย์ สกร. ยิ่งทำใจไม่ได้ที่มารู้ว่าคนขับกระบะที่ชนเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านและเมาขณะขับรถ

ตนก็อยากขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ และอยากให้ตำรวจทำคดีตรงไปตรงมา ยอมรับว่าตอนนี้ทำใจไม่ได้กับการสูญเสียเพราะตอนที่หลานสาวยังมีชีวิตอยู่เป็นคนที่น่ารักช่วยเหลืองานบ้าน ต้องมาจบชีวิตแบบนี้ก็รับไม่ได้

ขณะที่ความคืบหน้าทางคดีตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขาณุวรลักษบุรี ได้แจ้ง 3 ข้อหาหนักกับผู้ใหญ่บ้านเมาขับกระบะ
1.กระทำโดยประมาท (ขับรถ) เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
2.ขับขี่รถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น
3.ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือและแสดงตนและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงโดยทันที

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้ให้ประกันตัวแต่อย่างใด โดยได้ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดกำแพงเพชรแล้ว พร้อมกับตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดผู้ขับแล้ว อยู่ระหว่างรอผล

ผู้ว่าฯกำแพงเพชร สั่งสอบวินัยร้ายแรง ให้ออกจากตำแหน่งทันที

ความคืบหน้าล่าสุด 12 ส.ค.69 นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้มีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยอย่างร้ายแรง พร้อมสั่งให้ นายเสน่ห์ ไชยมงคล นายอำเภอขาณุวรลักษบุรี สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ในทันที ซึ่งนายอำเภอก็ให้ผู้ใหญ่บ้านลาออกจากตำแหน่งทันที พร้อมกับให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ในตำแหน่งที่ว่างต่อไป

ขณะที่เมื่อวานนี้ นายสุพัฒน์ อายุ 45 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ไปประกันตัวออกมาในชั้นศาลแล้ว และไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลใดๆกับสื่อ

นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้มีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยอย่างร้ายแรง นายอำเภอให้ ผู้ใหญ่บ้าน ลาออกทันทีแล้ว

ทีมข่าวสดภูมิภาค 12 ส.ค.69

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน