เจเศรษฐ์-อรรษิษฐ์ ระดมเจ็ตสกี–เรือ–เฮลิคอปเตอร์ช่วยน้ำท่วมน่าน เตือนมวลน้ำถึง อ.เมือง 20 ส.ค. สั่งเตรียมพร้อมสูงสุด ย้ำห้ามมีผู้เสียชีวิต
เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือภัยจากน้ำป่าไหลหลากพื้นที่จังหวัดน่าน และการเตรียมความพร้อมบริหารสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ภาคเหนือ
โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย น.ส.ชัชดาพร บุญพีระณัช นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายจำนง สวัสดิ์วงศ์ ผอ.ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย ร่วมติดตามสถานการณ์กับ นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าฯน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพื้นที่จ.น่าน รวมถึงหัวหน้า ปภ.และเจ้าหน้าที่ ปภ.พื้นที่ภาคเหนือ
นายเจเศรษฐ์ ได้หารือร่วมกับรองผู้ว่าฯน่าน และปลัดอำเภอปัว ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ โดยกำชับเร่งเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง และบริหารการรับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลงไปช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงออกจากพื้นที่โดยด่วน

โดยขอให้ติดตามช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหมดที่มีประชาชนโพสต์ลงขอความช่วยเหลือ แล้วเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน จากนั้นสั่งการให้ทีมจังหวัดน่านเลิกประชุม แล้วลงพื้นที่ไปบัญชาการเหตุการณ์ต่อโดยทันที
นายเจเศรษฐ์ ได้สั่งการกรม ปภ.และหน่วย ปภ.ภาคเหนือตอนล่าง เร่งนำเรือเจ็ตสกี เรือท้องแบนทั้งหมดไปที่จ.น่าน โดยเร่งด่วน พร้อมสั่งการเฮลิคอปเตอร์ KA32 ไปประจำสแตนด์บายช่วยเหลือพื้นที่น่าน และให้ประสานทางหลวง ตำรวจ อาสาสมัครในพื้นที่ จัดรถนำทางยานพาหนะเครื่องมืออุปกรณ์เข้าพื้นที่โดยด่วน โดยเฉพาะรถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว เครื่องมือ อุปกรณ์กำลังพล
หากจังหวัดน่านต้องการรับการสนับสนุนสิ่งใดเพิ่มเติม ขอให้รีบประสานเพื่อขนย้ายจัดส่งโดยด่วน และให้ ปภ.ติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง ถ้ากรณีที่ฝนยังตกต่อเนื่องคาดว่าน่าจะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม
ด้านนายอรรษิษฐ์ ได้สั่งการจ.น่าน นำความห่วงใยและข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้ปฏิบัติราชการอยู่ต่างประเทศ โดยทำให้ประชาชนในศูนย์พักพิงใช้ชีวิตเหมือนอยู่บ้าน และดูแลสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์
พร้อมกำชับทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประเมินสถานการณ์ หากคาดว่าน้ำจะเพิ่มขึ้นในจุดไหน ต้องรีบแจ้งเตือนประชาชนแล้วเร่งอพยพจากบ้านเรือนให้เร็วที่สุด ห้ามมีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งนี้

ด้านนายบรรจง รายงานว่า จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและฝนตกหนัก ส่งผลกระทบต่อพื้นที่จ.น่าน 3 อำเภอ คือ ปัว แม่จริม และสันติสุข โดยเฉพาะอ.ปัว กระทบ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบที่ต.ปัว ต.ศิลาแลง ต.วรนคร ต.ศิลาเพชร (บางส่วน) ต.แยง (บางส่วน) ต.อวล และต.สถาน รวม 9 ตำบล 35 หมู่บ้าน 8,000 ครัวเรือน ประชาชนประมาณ 16,000 คน ถนนขาด 5 เส้นทาง
มีศูนย์อพยพเบื้องต้น 10 จุด อาทิ หอประชุมอำเภอปัว โรงเรียนชุมชนศิลาเพชร อบต.ศิลาเพชร หอประชุมเทศบาลตำบลปัว วัดป่าเหมือน ทต.ศิลาแรง โรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร 6. อบต.วรนคร โรงเรียนบ้านเสี้ยว อบต.ไชยวัฒนา ที่ว่าการ อบต.ภูคา โรงเรียนมัธยมเมืองแงง ศาลาอเนกประสงค์บ้านหัวเมือง
ขณะนี้มีหน่วยทหาร และหน่วยปภ. กองร้อย อส.จ.น่านที่ 1 มูลนิธิสว่าง มูลนิธิเพชรเกษม กระจายกำลังไปยังพื้นที่ที่ขอรับความช่วยเหลือ สำหรับผู้ที่ติดในบ้าน ตอนนี้หน่วยทหารกำลังระดมพื้นที่เข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านร้อง มีกำลังพลประมาณ 70-80 นาย คาดว่าจะอพยพประชาชนออกได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง
“วันพรุ่งนี้(20 ส.ค.) น้ำจะไหลไป อ.ท่าวังผา และ อ.เมืองน่าน และในวันที่ 21 ส.ค.จะไหลไปที่ อ.เวียงสา โดยในห้วงวันที่ 20-21 ส.ค. อ.เมืองน่าน และ อ.เวียงสา ต้องเฝ้าระวังสูงสุด โดยเทศบาลในพื้นที่ แจ้งเตือนประชาชนได้ยกของขึ้นที่สูง เตรียมความพร้อมแล้ว” นายบรรจง กล่าว
ด้านสมาคมเจ็ทสกีแห่งประเทศไทย ได้ส่งกำลังคนนักกีฬาเจ็ตสกี และเรือเจ็ตสกี รวม 8 ลำ โดยมีคุณเปิ้ล นาคร เป็นผู้บัญชาการ ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังพื้นที่ในตอนนี้