เผยนาทีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 15 คน บุกจับรปภ.มัดมือ กระจายกำลังเผา-วางระเบิด เทศบาลตำบลพ่อมิ่ง จ.ปัตตานี บึ้มป้อมยาม พบรถยนต์เสียหาย 4 คัน
จากกรณีคนร้ายไม่ทราบฝ่ายลอบเข้ามาภายในสำนักงานของเทศบาลตำบลพ่อมิง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ก่อนจะลอบวางเพลิงและวางระเบิดจนทำให้ทรัพย์สินของสำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิง ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันที่ 23 ส.ค. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 24 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พบว่า สำนักงานของทางเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง ทางเจ้าหน้าที่ยังคงปิดพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัย

เผยนาทีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 15 คน บุกจับรปภ.มัดมือ กระจายกำลังเผา-วางระเบิด เทศบาลตำบลพ่อมิ่ง จ.ปัตตานี บึ้มป้อมยาม พบรถยนต์เสียหาย 4 คัน
เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจจะมีการซุกซ่อนระเบิดไว้ภายในอาคารเพื่อหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยขณะนี้ยังรอเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้ามาตรวจพื้นที่และเก็บพยานหลักฐานอีกครั้ง
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ทรัพย์สินของทางเทศบาลได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก มีรถยนต์ของทางเทศบาลได้รับความเสียหาย จำนวน 4 คัน ได้แก่ รถดับเพลิง 1 คัน รถขนขยะ 1 คัน รถกระบะของทางสำนักงาน 1 คัน และรถกู้ชีพ 1 คัน
นอกจานี้ ยังพบว่าคนร้ายได้เข้าไปลอบวางเพลิงภายในอาคารทำให้อุปกรณ์สำนักงานได้รับความเสียหายเช่นกัน คนร้ายยังได้นำระเบิดแสวงเครื่องไปวางที่บริเวณป้อมยาม แรงระเบิดทำให้ป้อมยามได้รับความเสียหาย มีเศษสะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
จากการสอบสวนทราบว่า ช่วงเกิดเหตุขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง จำนวน 2 คน ดูแลความปลอดภัยอยู่บริเวณป้อมยาม ปรากฏว่าได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 15 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ลอบมาทางด้านหลังของอาคาร ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าละเมาะ
เมื่อคนร้ายเข้ามาก็ได้เดินตรงไปยังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อนจะจับตัวและเอามือไขว้หลังและมัดมือด้วยเชือกเคเบิ้ลไทม์ แล้วนำตัวออกจากป้อมยาม จากนั้นคนร้ายก็ได้กระจายกำลังเข้าก่อเหตุ
โดยกลุ่มแรกได้ไปยังโรงจอดรถก่อนจะใช้ของแข็งตีกระจกรถบริเวณคนขับ ราดน้ำมันเข้าในห้องผู้โดยสารแล้วจุดไฟเผา ทำให้รถยนต์ที่อยู่ภายในโรงรถได้รับความเสียหายทั้ง 4 คัน
คนร้ายอีกลุ่มก็ได้ใช้คีมงัดหน้าต่างเหล็กดัดของสำนักงาน เพื่อลอบเข้าไปภายในอาคารสำนักงานและก่อนจะราดน้ำมันและจุดไฟเผาเพื่อหวังทำลายอาคารสำนักงานทั้งหมด แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่เข้าดับเพลิงได้ทัน ทำให้ไฟไม่ลุกลามไปยังตัวอาคาร
ส่วนคนร้ายอีกกลุ่มก็ไดนำระเบิดแสวงเครื่องมาวางไว้ที่บริเวณป้อมยาม เมื่อคนร้ายปฏิบัติการเสร็จ ได้ล่าถอยไปยังด้านหลังของสำนักงาน ห่างกันประมาณครึ่งชั่วโมง ระเบิดที่คนร้ายวางไว้ที่ป้อมยามก็ทำงาน แรงระเบิดทำให้ห้องยามได้รับความเสียหาย มีเศษระเบิดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลข้างเคียงเข้ามาช่วยดับไฟจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
ส่วนความคืบหน้าของคนร้าย เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเชื่อว่าการก่อเหตุในครั้งนี้นอกจากกลุ่มแนวร่วมชุดเดิมที่เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ ยังมีกลุ่มหน้าขาว หรือผู้ให้การสนับสนุนในการก่อเหตุ
โดยกลุ่มเหล่านี้ไม่มีหมายจับของทางการ ทำหน้าที่ในการดูเส้นทาง และคอยให้การอำนวยความสะดวกในการเข้าก่อเหตุและหลบหนี ทั้งนี้ เนื่องจากการก่อเหตุของคนร้ายที่กระจายกำลังเข้าก่อเหตุในหลายจุดต้องใช้คนจำนวนมากเข้าร่วม โดยมีการแบ่งกำลังและทำหน้าที่
ไม่ว่าจะเป็นการดูต้นทาง กลุ่มติดอาวุธที่ก่อเหตุ รวมถึงกลุ่มให้การช่วยเหลือในการหลบหนีและที่ซ่อนตัว โดยครั้งนี้เฉาพะในพื้นที่ จ.ปัตตานี ที่เข้าก่อเหตุการณ์รวมในวันนี้แล้ว 14 เหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้กำลังแล้วไม่ต่ำกว่า 80 คน
กลุ่มขบวนการจึงจำเป็นต้องใช้กลุ่มหน้าขาวเข้ามาร่วมด้วยในครั้งนี้ และกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดเป็นกลุ่มเดียวกันและมีการวางแผนการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างสถานการณ์ป่วยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้



