ชัชชาติ เผยไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ คุมเพลิงได้แล้ว เหลือไฟคุ 2 จุด พบผู้บาดเจ็บ 10 ราย อาสาดับเพลิงอาการหนัก สูดควันพิษต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ คาดต้นเพลิงอาจมาจากแบตเตอรี่ รอ พฐ. ตรวจสอบ พร้อมเร่งหาคำตอบปม “สปริงเกอร์ไม่ทำงาน” สั่งตรวจโครงสร้าง-คุณภาพอากาศ ตั้งศูนย์รับแจ้งความเสียหาย เยียวยาผู้ค้ากว่า 300 แผง
วันนี้ 29 ส.ค. 2569 เวลา 09:00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ บริเวณอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ โดยเปิดเผยความคืบหน้าว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ของคืนที่ผ่านมา ซึ่งจุดเกิดเหตุหลักคือ “อาคารคลองถมเซ็นเตอร์” เป็นศูนย์การค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าและสินค้าทั่วไป มีอายุประมาณ 20 ปี พื้นที่ราว 4 ไร่ ลักษณะเป็นอาคารโครงสร้างเหล็ก ด้านล่างเป็นร้านค้าย่อย ด้านบนเป็นที่จอดรถ
นอกจากนี้ไฟยังได้ลุกลามไปยังอาคารพาณิชย์ (ห้องแถว) 2 ห้องในโครงการทรายทองที่อยู่ติดกันด้านหลัง ซึ่งเป็นสถานที่ใช้เก็บวัสดุอุปกรณ์ โดยรถดับเพลิงคันแรกจากสถานีดับเพลิงสวนมะลิเดินทางมาถึงพื้นที่ภายใน 5 นาที แต่เนื่องจากไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและเป็นพื้นที่ที่มีร้านค้าย่อยจำนวนมาก ทำให้การเข้าถึงบางจุดเป็นไปได้ยาก
ทั้งนี้ในพื้นที่มีหัวรับน้ำประปา (ประปาหัวแดง) สำหรับดับเพลิงอยู่ 3 จุด ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ โดยอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ควบคุมเพลิงได้ในช่วงเวลาประมาณตี 2 ถึงตี 3 อาคารพาณิชย์โครงการทรายทอง ดับเพลิงได้สำเร็จในช่วงเวลาประมาณตี 5
ส่วนสถานการณ์ปัจจุบัน ยังคงเหลือจุดที่มีความร้อนและไฟคุอยู่อีกประมาณ 2 จุด ซึ่งยังมีควันลอยออกมา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างหาทางเข้าพื้นที่เพื่อดับไฟที่ต้นเหตุอย่างระมัดระวัง โดยอุปสรรคในการดับเพลิง ไม่ใช่เรื่องน้ำไม่พอ แต่เป็นเรื่องน้ำฉีดไม่ถึงจุดเกิดเหตุ เนื่องจากมีตัวอาคารบัง และเชื้อเพลิงภายในส่วนใหญ่เป็นพลาสติก แบตเตอรี่ และอุปกรณ์มือถือ ซึ่งติดไฟง่าย ลุกลามเร็ว และก่อให้เกิดก๊าซพิษ
ขณะที้ความเสี่ยงโครงสร้างอาคาร คือ อาคารเป็นโครงสร้างเหล็ก เมื่อถูกความร้อนสูงทำให้เกิดการทรุดตัวลง แต่เป็นการทรุดตัวยุบเข้าไปด้านใน ไม่ได้พังครืนออกมาด้านนอก จึงไม่กระทบโครงสร้างภายนอก และเมื่อไฟดับแล้ว ความแข็งแรงของเหล็กจะเริ่มคืนกลับมาระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงต้องประเมินเสถียรภาพความปลอดภัยก่อนเข้าปฏิบัติการเจาะพื้นที่ดับไฟที่คุอยู่
สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ มีผู้ประกอบการในพื้นที่ประมาณ 300 แผง สัญญาเช่าประมาณ 100 ราย ล่าสุดมีมาลงทะเบียนที่วัดพระพิเรนทร์แล้วราว 70 ราย / ส่วนมูลค่าความเสียหายทั้งหมดต้องรอให้เจ้าของโครงการเป็นผู้ประเมิน
พร้อมยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ ส่วนผู้บาดเจ็บเมื่อคืนมีทั้งหมด 10 ราย แบ่งเป็นประชาชน 1 ราย และอาสาสมัครดับเพลิง 9 ราย ส่วนผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล ล่าสุดเช้านี้ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 4 ราย โดยมีอาสาสมัคร 1 รายที่มีอาการหนัก เนื่องจากเข้าไปปฏิบัติงานดับเพลิงเป็นเวลา 30 นาที จนสูดควันพิษเข้าไป ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งเดิมรักษาตัวที่โรงพยาบาลกลาง ก่อนจะย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เนื่องจากมีอุปกรณ์ระบบทางเดินหายใจที่พร้อมกว่า
ทั้งนี้ทาง กทม. ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและรับแจ้งเหตุที่ วัดพระพิเรนทร์ (ตรงข้ามคลองถมเซ็นเตอร์) โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและ กทม. ร่วมรับแจ้งความเสียหาย ตรวจสอบสัญญาเช่าและตัวตนผู้ค้าจริง เพื่อดำเนินการเยียวยาเบื้องต้นและประสานเรื่องประกันภัยต่อไป
ส่วนข้อสันนิษฐานสาเหตุในเบื้องต้น จากการคุยกับเจ้าของโครงการ ปกติทางศูนย์การค้าจะมีการตัดคัทเอาท์ไฟรวมในเวลา 2 ทุ่ม เพื่อป้องกันเหตุอยู่แล้ว จึงคาดว่าต้นเพลิงอาจเกิดจากอุปกรณ์จำพวกแบตเตอรี่ที่เก็บไว้ภายในร้านค้า อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ยืนยันอีกครั้ง
ส่วนระบบสปริงเกอร์ เจ้าของอาคารระบุว่ามีระบบสปริงเกอร์ติดตั้งอยู่ แต่จากการสังเกตคลิปวิดีโอใน TikTok ไม่พบว่าสปริงเกอร์ทำงาน ซึ่งจะต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
อย่างไรก็ตามมลพิษจากกลุ่มควัน ทิศทางลมปัจจุบันพัดไปทางทิศเหนือ มุ่งหน้าไปทางวัดสระเกศ (ภูเขาทอง) ทำให้กลุ่มควัน ไม่กระทบโรงพยาบาลกลางที่อยู่ใกล้เคียง แต่ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใต้ลมสวมหน้ากากอนามัย และขอความร่วมมือผู้ไม่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ โดย กทม. จะนำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศ เข้ามาตรวจวิเคราะห์สารเคมีในบรรยากาศ
พร้อมได้ประสานผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (น.1) และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ให้เข้มงวดกวดขันและจัด รปภ. เฝ้าระวังการลักเล็กขโมยน้อย เนื่องจากสินค้าในพื้นที่มีขนาดเล็กและหยิบฉวยง่าย พร้อมเตือนว่าหากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างหนักที่สุด นอกจากนี้จะมีการจัดทำทะเบียน เพื่ออนุญาตให้พ่อค้าแม่ค้าเข้าไปตรวจสอบสินค้าของตนเองเมื่อพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ส่วนพื้นที่จอดรถ บนชั้นจอดรถมีรถยนต์จอดอยู่ไม่มาก เนื่องจากวันศุกร์ตลาดปิดเร็ว ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจช่วงหลังทำให้มีรถมาจอดน้อย
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็นเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ครั้งแรกในสมัยการดำรงตำแหน่งของตน ทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้ใน กทม. ถึง 3 แห่งพร้อมกัน ได้แก่ คลองถมเซ็นเตอร์ / คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ซึ่งอพยพคนได้ทัน และเหตุไฟไหม้บ้านเรือนในซอยอ่อนนุช 27 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอัคคีภัยเป็นพิเศษ เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกน้อย อากาศแห้ง และลมแรง ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดเพลิงไหม้ได้ง่าย
ทีมข่าวสด 29 ส.ค.69