อีโอดี ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง กู้ระเบิด หนัก 50 กิโลกรัม ซุกจักรยานยนต์พ่วงข้าง ในห้างดังปัตตานี ใช้หุ้นยนต์ยิงตัดวงจรสำเร็จ เผย อานุภาพทำลายล้างรุนแรงมาก

วันที่ 30 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเหตุระเบิด 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หรือ รถซาเล้ง ที่กลุ่มคนร้ายขับเข้ามาจอดทิ้งไว้ภายในบริเวณห้าง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD สามารถเข้าดำเนินการกับวัตถุต้องสงสัยที่คนร้ายทิ้งไว้บนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างได้สำเร็จ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ในการตรวจสอบและกู้วัตถุต้องสงสัย

กู้ระเบิด

อีโอดี ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง กู้ระเบิด หนัก 50 กิโลกรัม ซุกจักรยานยนต์พ่วงข้าง ในห้างดังปัตตานี ใช้หุ้นยนต์ยิงตัดวงจรสำเร็จ เผย อานุภาพทำลายล้างรุนแรงมาก

โดยพบว่าเป็น ถังแก๊สที่ถูกดัดแปลงและบรรจุวัตถุระเบิด น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม EOD ได้ใช้หุ่นยนต์เข้าตรวจสอบและดำเนินการจากระยะปลอดภัย ก่อนใช้วิธีทำลายประจุระเบิดตามขั้นตอน จนสามารถควบคุมและทำลายวัตถุระเบิดได้สำเร็จ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมจากการปฏิบัติการครั้งนี้

หลังสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปลอดภัย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด พร้อมสำรวจความเสียหายของตัวห้าง อาคาร โกดัง และทรัพย์สินโดยรอบ

กู้ระเบิด

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) และกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย เข้าตรวจสอบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างต้องสงสัยที่ถูกนำมาจอดทิ้งไว้ในพื้นที่เกิดเหตุ โดยใช้โดรนบินสำรวจเบื้องต้น ก่อนส่งหุ่นยนต์ EOD เข้าเก็บกู้และตรวจสอบอย่างละเอียด

จากการตรวจสอบพบกล่องสัญญาณและกล่องกระดาษลังจำนวน 3 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงใช้หุ่นยนต์เข้าดำเนินการตัดวงจรและทำลายระบบจุดชนวน ก่อนนำรถพ่วงข้างออกมาไว้ในพื้นที่เปิด เพื่อความปลอดภัย

เบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา บรรจุดินระเบิดไว้ภายในถังแก๊ส น้ำหนักเกือบ 50 กิโลกรัม พร้อมน้ำมันเบนซินอีกประมาณ 7 แกลลอน อย่างไรก็ตาม ระเบิดไม่ทำงาน ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

เจ้าหน้าที่คาดว่า ระบบวงจรหรือกลไกการจุดชนวนอาจได้รับความเสียหายหรือกระทบกระเทือนระหว่างที่คนร้ายนำวัตถุระเบิดเข้ามาวางในพื้นที่ แต่หากระเบิดทำงานสำเร็จ อาจก่อให้เกิดความเสียหายและมีอานุภาพทำลายล้างรุนแรง

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยชุด EOD ใช้โดรนสำรวจจากระยะไกล ก่อนพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างพร้อมวัตถุต้องสงสัย จึงต้องวางแผนเข้าทำลายโดยใช้หุ่นยนต์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่

จากลักษณะการนำรถพ่วงข้างมาจอดทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่ประเมินว่า คนร้ายอาจมีเจตนาล่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ก่อนใช้วิธีจุดชนวนจากระยะไกลเพื่อหวังผลต่อชีวิต อย่างไรก็ตาม ชุด EOD สามารถตัดวงจรระเบิดได้ในระดับหนึ่ง และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบระบบทั้งหมดเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

สำหรับเหตุการณ์ระเบิดก่อนหน้านี้จำนวน 3 ลูก เบื้องต้นไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง และไม่มีพนักงานหรือประชาชนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังปิดล้อมพื้นที่ พร้อมเร่งตรวจสอบความเสียหายและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน