เจ้าของร้านประดับยนต์ เปิดใจทั้งน้ำตา ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เสียหายหลักล้าน เพิ่งเซ็นสัญญาเช่า 4 ปี ก่อนเพลิงเผาวอด เจ็บปวด ร้านทั้งร้านคือผลงานพ่อที่ป่วย วันนี้ไม่เหลือแม้แต่ความทรงจำ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 ส.ค.2569 น.ส.วิยพร อายุ 32 ปี ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์และของแต่งรถยนต์ เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ร้านของตนตั้งอยู่โซนด้านหน้าจำหน่ายสินค้าประเภทประดับยนต์และของแต่งรถ ซึ่งมีทั้งวัสดุยางและอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สินค้าในร้าน รวมถึงสต็อกที่เก็บไว้บนชั้นลอยถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว รวมถึงเงินทุนที่เก็บไว้ภายในร้าน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นหลักล้านบาท ซึ่งถือว่าแทบจะหมดตัว

เจ้าของร้านประดับยนต์ เปิดใจทั้งน้ำตา ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เสียหายหลักล้าน เพิ่งเซ็นสัญญาเช่า 4 ปี ก่อนเพลิงเผาวอด เจ็บปวด ร้านทั้งร้านคือผลงานพ่อที่ป่วย
ยอมรับว่าครอบครัวมีร้านค้าอยู่ 2 ล็อก แต่เนื่องจากทางพื้นที่ได้มีการปรับขึ้นค่าเช่า ทำให้คุณพ่อคุณแม่อยู่ในสภาวะแบกรับไม่ไหว จึงตัดสินใจยุบเหลือเพียงล็อกเดียว และเพิ่งจะเซ็นสัญญาเช่ารอบใหม่ระยะเวลา 4 ปีไปเมื่อช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะมาประสบเหตุครั้งนี้
เมื่อถามถึงประเด็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยภายในอาคาร เป็นอย่างไร น.ส.วิยพร ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ภายในพื้นที่ไม่มีระบบป้องกันอุบัติภัยพื้นฐาน อย่างระบบสปริงเกอร์ฉีดน้ำดับเพลิง หรือแม้กระทั่งถังดับเพลิงประจำจุด ซึ่งตนไม่เคยเห็นว่ามีการติดตั้งไว้ตรงไหนเลย หากจะมี ก็คงมีแค่ร้านที่เปิดขายถังดับเพลิงเท่านั้น
“ย้อนกลับไปตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน ครอบครัวของตนทำมาหากินในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ตนเรียนอยู่ชั้น ป.4 จนปัจจุบันอายุ 32 ปี เคยผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้ในพื้นที่นี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ซึ่งมีสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจรของร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า
แต่ในทุกครั้งที่ผ่านมา เพลิงไหม้มักจะเกิดขึ้นในช่วงกลางวันและจำกัดอยู่ในวงแคบเพียง 2-3 ล็อก เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทำให้ร้านของตนได้รับความเสียหายเพียงแค่ถูกน้ำฉีดเลี้ยงไว้เท่านั้น ไม่เคยลุกลามใหญ่โตและทรุดตัวลงรุนแรงเหมือนครั้งนี้
ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ พ่อแม่บางร้านอายุเกือบ 70 ปี จึงไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องระบบความปลอดภัย โดยเฉพาะการทำประกัน และประกอบกับลูกหลานส่วนใหญ่หันไปขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หน้าร้านจึงมีไว้เพียงแค่สต็อกและแพ็กของส่งต่างจังหวัดเท่านั้น”
สำหรับประเด็นดราม่าเรื่องการช่วยเหลือจากภาครัฐ น.ส.วิยพร กล่าวว่า ร้านของตนไม่ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้ และจากกระแสข่าวที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียว่าหน่วยงานภาครัฐอาจพิจารณาเงินเยียวยาให้ร้านค้าที่ประสบภัยเพียงร้านละ 20,000 บาทนั้น
ตนมองว่าไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง จึงคาดหวังและอ้อนวอนขอให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพิ่มจำนวนเงินช่วยเหลือให้มากกว่านี้ เพราะมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยนั้นสูงเกินกว่าจำนวนเงินดังกล่าวมาก
น.ส.วิยพร กล่าวอีกว่า บาดแผลที่ใหญ่ที่สุดคือสภาพจิตใจของคนในครอบครัว พื้นที่คลองถมแห่งนี้เป็นสถานที่เติบโตของตน ผูกพันมาเกินครึ่งชีวิต พ่อแม่ทำงานส่งตนเรียนหนังสือจนจบจากที่นี่ เป็นศูนย์รวมความทรงจำของหลาย ๆ ครอบครัวที่เด็ก ๆ เคยวิ่งเล่น นัดติวหนังสือ อ่านการ์ตูนหน้าร้านสะดวกซื้อ หรือนั่งอ่านหนังสือในร้านอาหารด้วยกัน
“ที่สำคัญร้านค้าแห่งนี้ เป็นผลงานน้ำพักน้ำแรงของคุณพ่อที่เพิ่งจะล้มป่วย โดยคุณพ่อเป็นลงมือวางเลย์เอาต์ ออกแบบ ต่อตู้เหล็ก และวางระบบภายในร้านด้วยตัวเองทั้งหมด วันนี้เมื่อทุกอย่างสูญสลายไปในกองเพลิงและโครงสร้างอาคารทรุดตัวลงมา
การจะให้คุณพ่อที่กำลังป่วยลุกขึ้นมาเริ่มต้นนับหนึ่ง สร้างมันใหม่อีกครั้ง คงเป็นไปไม่ได้แล้ว ทุกคนอาจจะพูดว่า ข้าวของหรือเงินทองที่ไหม้ไป ยังหาใหม่ได้ แต่ความทรงจำบางอย่างที่สูญเสียไป มันไม่สามารถเอากลับคืนมาได้อีกแล้ว”
