เตรียมได้เตรียมเลย! ปภ.แจ้ง 6 จังหวัดภาคกลาง กทม.ด้วย เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง วันที่ 7-13 ก.ย.

วันที่ 3 ก.ย.69 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ได้มีประกาศเรื่อง สภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง ในวันที่ 7 – 13 ก.ย.(ฉบับที่ 12/2569) แจ้งว่า

ในช่วงวันที่ 7 – 13 ก.ย.เวลา 16.00 – 19.00 น.เป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูง และคาดหมายว่าจะส่งผลให้เกิดสภาวะระดับน้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำในแม่น้ำ/คลองเพิ่มสูงขึ้นอาจไหลเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ/คลอง รวมถึงชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) ซึ่งมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ระหว่างวันที่ 7 – 13 ก.ย.ดังนี้

ภาคกลาง 6 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ปทุมธานี (อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก) นนทบุรี (อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด และอำเภอบางกรวย) นครปฐม (อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี และอำเภอสามพราน) สมุทรสาคร (ทุกอำเภอ) สมุทรสงคราม (ทุกอำเภอ) และสมุทรปราการ (อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระประแดง และอำเภอบางบ่อ)

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 6 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง และขอให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูงและแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำ/คลอง อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำและจุดเสี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและ ทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และหากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน