บุกบ้านหรู รวบบอสชาวเกาหลีใต้ วัย67ปี หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นแดนกิมจิ หลอกเพื่อนร่วมชาติลงทุนซื้อที่ดิน คอนโดในไทย เสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท เผยสาเหตุตามจับยาก

วันที่ 8 ก.ย.2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เชาว์วัย ศานกมล รอง ผบก.ปอศ. และ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป.

ร่วมแถลงผลปฏิบัติการจับกุม นายฮัน อายุ 67 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นแดนกิมจิ “Korea Black Invest” ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ 5029/2567 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง” หลังจับกุมได้ที่บ้านพักใน ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้หลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านหรู จึงขอหมายค้นและเข้าตรวจค้นจับกุม

หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นแดนกิมจิ

บุกบ้านหรู รวบบอสชาวเกาหลีใต้ วัย67ปี หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นแดนกิมจิ หลอกเพื่อนร่วมชาติลงทุนซื้อที่ดิน คอนโดในไทย เสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท เผยสาเหตุตามจับยาก

พ.ต.อ.เชาว์วัย เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากประมาณปี 2563 มีผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้ถูกนายฮันและกลุ่มผู้ต้องหาชักชวนให้ร่วมลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ดินและอาคารชุดในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยอ้างว่าสามารถช่วยดำเนินการซื้อที่ดินและคอนโดมิเนียมให้ได้

ช่วงแรก ผู้เสียหายสนใจซื้อคอนโดมิเนียม จึงโอนเงินจำนวน 89 ล้านบาท เข้าบัญชีบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมี น.ส.นิชชิตา อายุ 57 ปี ภรรยาของนายฮัน เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ

หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นแดนกิมจิ

ต่อมา นายฮันและกลุ่มผู้ต้องหาชักชวนให้ลงทุนซื้อที่ดินเพิ่มเติม พร้อมจัดตั้งบริษัทอีกแห่ง โดยอ้างว่าผู้เสียหายจะเข้าถือหุ้นและมีอำนาจในบริษัท เพื่อให้สามารถลงทุนและถือครองอสังหาริมทรัพย์ได้ ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพิ่มเติมอีก 89 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ภายหลังผู้เสียหายพบว่าบริษัทไม่ได้ใช้เงินทั้งหมดไปลงทุนซื้อที่ดินตามที่กล่าวอ้าง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ปัจจุบันพบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย 4 คดี 4 สำนวน ความเสียหายรวมกว่า 147 ล้านบาท

หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นแดนกิมจิ

จากการสืบสวนยังพบว่า นายฮันและกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันอีกหลายคดี โดยข้อมูลของกองบังคับการปราบปรามพบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องจำนวน 14 คดี มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,047 ล้านบาท ขณะที่ทางการเกาหลีใต้แจ้งข้อมูลว่าผู้ต้องหารายนี้ยังมีคดีในประเทศเกาหลีใต้อีกประมาณ 14 คดี

ส่วน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้มีความยากลำบากในการติดตามตัว เนื่องจาก นายฮันไม่ปรากฏประวัติการเดินทางเข้าประเทศไทย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีข้อมูลใบหน้าและตำหนิรูปพรรณสำหรับใช้ติดตามตัว จากการสอบถามผู้ต้องหาอ้างว่าเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน เดินทางเข้ามาทางประเทศมาเลเซีย ก่อนลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ

นอกจากนี้ ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานาน มีภรรยาเป็นคนไทยและมีคนรู้จักจำนวนมาก อีกทั้งทราบว่าตัวเองมีหมายจับ จึงใช้วิธีหลบซ่อนตัวอย่างระมัดระวัง ไม่ใช้แอปพลิเคชันหรือโซเชียลมีเดีย ไม่ทำธุรกรรมทางการเงิน และไม่มีเอกสารทางทะเบียนในชื่อของตัวเอง ทำให้การติดตามตัวเป็นไปอย่างยากลำบาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.5 บก.ป. พยายามสืบสวนทุกมิติ กระทั่งสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลและสถานที่หลบซ่อน จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายศาลจังหวัดหัวหิน ก่อนเข้าจู่โจมตรวจค้นและสามารถจับกุมนายฮันได้ภายในบ้านพักหรูใน ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ด้าน Mr. Noh Kwang-il อดีตเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ระบุว่า นายฮันเป็นบุคคลที่ถูกเนรเทศและไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ จึงคาดว่าน่าจะเข้ามาผ่านช่องทางไม่ถูกต้อง โดยมีคดีที่ถูกร้องทุกข์กับตำรวจเกาหลีประมาณ 14 คดี

สำหรับคดีในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีลักษณะเป็นคดีต่อเนื่องกับคดีในเกาหลีใต้ โดยหลังดำเนินคดีในประเทศไทยแล้ว จะมีการดำเนินการต่อในประเทศเกาหลีใต้ ขณะที่รายละเอียดคดีในเกาหลีใต้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ส่วนการตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงิน เบื้องต้นพบว่าภรรยาของนายฮันมีเงินสด และเจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินได้จำนวน 8.4 ล้านบาท ขณะที่ประเด็นการฟอกเงินอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามขั้นตอน โดยตำรวจพบว่าช่วงแรกมีผู้เสียหายเพียงรายเดียวเข้าแจ้งความ ก่อนจะมีผู้เสียหายรายอื่นทยอยเข้าร้องทุกข์เพิ่มเติม

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ควรตรวจสอบข้อมูลบริษัท ผู้รับผิดชอบโครงการ เอกสารสิทธิ และรายละเอียดการลงทุนอย่างรอบคอบ รวมถึงตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนโอนเงิน เพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน