ศาลปกครอง สั่งกรมประมง ทำแผนระงับยับยั้ง-จัดการ ปลาหมอคางดำ ให้ประกาศสมุทรสงครามเป็นเขตภัยพิบัติ แต่คดีนี้อาจยังต้องรอการอุทธรณ์คำพิพากษา
เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2569 ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลาง อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 ในคดีที่ผู้ฟ้องคดีรวม 54 คน ฟ้องกรมประมง ที่ 1 กับพวกรวม 18 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี)
เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร และการกระทำละเมิดของของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร
สำหรับคดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า กรมประมงที่ 1 กับพวกรวม 18 คน ละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายในการควบคุมบุคคลผู้นำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักร จนนำไปสู่การแพร่ระบาดของสัตว์ดังกล่าวในหลายจังหวัดของประเทศไทย
และละเลยไม่ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในการสอบสวนและดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลผู้นำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักร จนทำให้ผู้ฟ้องคดีและประชาชนส่วนรวมได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล
โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐปราบปราม ฟื้นฟู และกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมประกาศภัยพิบัติเพื่อนำเงินมาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หรือไล่เบี้ยผู้เป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด
ช่วงเช้าวมีกลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” พร้อมตัวแทนประชาชนจากจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลปกครองกลาง
ภายหลังฟังคำพิพากษา นายปรเมษฐ์ แดนดงยิ่ง หัวหน้าคณะทำงานคดีปลาหมอคางดำในส่วนของคดีปกครอง ของสภาทนายความ กล่าวภายหลังฟังคำพิพากษาว่า
คดีนี้มีการฟ้องกรมประมง พร้อมหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐรวม 18 ราย วันนี้ศาลพิพากษาให้คนที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรง โดยหลักคือ กรมประมง เเละอธิบดีกรมประมง ให้ปฏิบัติตามแผนการระงับยับยั้ง การแพร่ระบาดของประหมอคางดำต่อไป ซึ่งแผนนี้ได้มีการดำเนินการภายหลังจากที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก อันนี้ประเด็นใหญ่ที่ศาลพิพากษา
ยังมีประเด็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องประกาศให้พื้นที่ มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อที่จะสามารถนำงบประมาณที่เกี่ยวข้องมาเบิกจ่ายได้โดยเร็ว ศาลพิพากษาในส่วนนี้ว่า อยู่ในความรับผิดชอบของของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีรัฐมนตรีมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบ ศาลบอกว่าให้ รมว.มหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตที่มีการแพร่ระบาด ซึ่งคือจังหวัดสมุทรสงครามประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ
ส่วนเขตจังหวัดอื่นศาลมองว่าผู้ฟ้องคดีไม่ได้มีภูมิเนา หรือประกอบอาชีพอยู่ในพื้นนั้น จึงไม่ได้พิพากษาในส่วนนี้
ส่วนข้อหาอื่นๆ และผู้ถูกฟ้องคดีรายอื่น เช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือกระทรวงการคลัง ศาลยกฟ้อง
เป้าหมายของผู้ฟ้องคดีคือ ต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลักๆ คือ กรมประมงกับอธิบดีกรมประมง ซึ่งเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งวันนี้ก็ต้องขอบคุณศาล ที่วันนี้ได้มีคำพิพากษาที่ละเอียดมากความยาวกว่า 120 หน้า
ศาลสั่งให้รัฐโดยกรมประมง ปฏิบัติตามแผนระงับยับยั้งและแก้ไขสถานการใช้ระบาดปลาหมอคางดำต่อไป คำพิพากษาจะมีผลภายหลัง 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ซึ่งคดีนี้ก็อาจจะยังต้องรอเรื่องการอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป
ในฐานะคณะทำงานเราพอใจในระดับหนึ่ง มีหลายๆ ประเด็นที่เราฟ้องเพื่อให้มีการประเมินความเสียหาย และมีการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระบบนิเวศ
คดีนี้ผู้ฟ้องคดีที่ไม่ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นส่วนตัว ในส่วนค่าเสียหาย เรามีคณะทำงาน ยื่นฟ้องอยู่ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เราเพียงต้องการให้มีการปกป้องคุ้มครองระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ทั้งเรื่องการป้องกันและแก้ไข
ส่วนที่คำพิพากษา ระบุในส่วนเฉพาะจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ไม่ให้จังหวัดอื่น คณะทำงานจะต้องไปประชุมหารือในรายละเอียด เพื่อจะเดินต่อ