ไทยเที่ยวไทยพลัส แจก 1 ล้านสิทธิ ลงทะเบียนวันไหน ได้สิทธิอะไรบ้าง รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 3,500 บาท เผย เริ่มใช้สิทธิได้เดือนไหน แบ่งออกเป็น 2 ช่วง
วันที่ 9 ก.ย.2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ที่กระทรวงการคลัง ร่วมกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่า
ความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ที่มุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศนั้น รัฐบาลเตรียมจัดสรรสิทธิจำนวนทั้งสิ้น 1,000,000 สิทธิ ให้ประชาชนได้เข้าร่วมโครงการในรูปแบบ first come first served
ไทยเที่ยวไทยพลัส 1 สิทธิได้รับอะไรบ้าง
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า โดยรูปแบบการใช้สิทธิจะครอบคลุมทั้งค่าที่พักและส่วนลดกิจกรรมท่องเที่ยว ซึ่ง 1 คน สามารถรับสิทธิได้มากสุด 5 สิทธิ โดยใน 1 สิทธิ จะประกอบด้วย
- วงเงินสนับสนุนค่าที่พักในรูปแบบ Flat Rate จ่ายตามจริงสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาท ต่อสิทธิ
- E-Coupon สำหรับใช้จ่ายในร้านอาหาร สปา หรือบริการท่องเที่ยวอื่นๆ ในลักษณะ Co-Payment โดยรัฐช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่าย 50% ซึ่งหากเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองหลักจะได้รับคูปองมูลค่า 1,500 บาทต่อสิทธิ แต่หากเลือกเดินทางท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง รัฐบาลจะขยับมูลค่าคูปองเพิ่มเป็น 2,000 บาทต่อสิทธิ
ลงทะเบียนไทยเที่ยวไทยพลัส วันไหน
- ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถเตรียมลงทะเบียนรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.– 25 ต.ค. 2569
- ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
- เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2569
โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินโครงการรวมทั้งสิ้น 3 เดือน โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่
- ช่วงแรกตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม 2569
- ช่วงที่สองตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570
ทั้งนี้ จะมีการเว้นช่วงการใช้สิทธิชั่วคราวระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2569 ถึง 15 มกราคม 2570 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่นและปีใหม่ที่ประชาชนมีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวตามธรรมชาติอยู่แล้ว
ซึ่งจากผลการศึกษาตัวเลขระบุชัดเจนว่า การอัดฉีดในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีผลต่อการกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เตรียมงบประมาณไว้ไม่เกิน 3,500 ล้านบาท กำหนดไว้ทั้งหมด 1 ล้านสิทธิ์ โดย 1 สิทธิ์ รัฐจะสนับสนุนสูงสุด 3,500 บาท (คำนวณจากค่าที่พัก 1,500 บาท รวมกับคูปองเมืองรอง 2,000 บาท)
และคาดการณ์ว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้สูงถึง 58,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่กลับคืนมาสูงถึง 2.5 เท่า ของเงินงบประมาณที่อัดฉีดลงไป
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังมีกลไกป้องกันการทุจริตและการฉวยโอกาสขึ้นราคาของกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมอย่างเข้มงวด โดยผู้ประกอบการจะต้องแจ้งราคาห้องพักพร้อมกับตอนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ หากตรวจสอบพบว่ามีการปรับราคาขึ้นเกิน 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จะไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมโครงการทันที
ส่วนโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นโรงแรมที่มีใบอนุญาตเท่านั้น หรือหากไม่มีใบอนุญาตโรงแรม ก็จะต้องมีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป