ทนายตั้ม บ้าพลัง ยื่น DSI สอบ ‘กัน จอมพลัง’ ปมโยงเว็บพนันหรือไม่ เตรียมเปิดเส้นเงินมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ยันเจตนาตรวจสอบไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง ลั่นทองจริงไม่ต้องกลัวไฟ
วันที่ 21 ก.ย.2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม บ้าพลังช่วยด้วย เดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อยื่นเอกสารและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์หรือไม่ พร้อมร้องขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงธุรกรรมของบุคคลในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีความเชื่อมโยงกับเรื่องที่ร้องเรียนหรือไม่
วันนี้ทนายตั้มนังรถ Toyota Alphard พร้อมลุคใส่แว่นดำ สวมเสื้อเกราะสีดำ มีการติดอาร์มเป็นรูปตัวการ์ตูนต่างๆ เช่น คิตตี้ วันพีช โดราเอม่อน ชินจัง เป็นต้น และทันทีที่ลงจากรถ ทนายตั้ม สวมบทบาท กันจอมพลัง โดยบอกว่า “ผมงง นักข่าวมาก่อนได้ไงเนี่ย ผมมาดีเอสไอ ถ้าเจ้าหน้าที่โดนเสียบไปก่อนทำไง ผมนัด 10 โมง จริงๆ ผมจะมาตั้งแต่ตี 3 แต่แสงยังไม่มี มาก่อนแบบนี้หมายแตกพอดี หมายแตกคืออะไรวะ อย่างกับไปตกปลา”
จากนั้น ทนายตั้ม ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาเพื่อให้การเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ กัน จอมพลัง ในส่วนของการระดมทุนมูลนิธิไปแล้ว ปรากฏว่าเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา เจอเว็บพนันชื่อ USA888 แม้ว่าตอนนี้ได้ปิดระบบไปแล้ว แต่ตัวเองได้ดูดคลิป และ URL ไว้หมดแล้ว
ทนายตั้ม อ้างว่า สำหรับข้อมูลของเว็บพนันนี้ ตนเชื่อว่ามีแบ่งแยกออกอีกหลายเว็บไซต์ จากนี้จะทยอยออกมาเปิดเรื่อยๆ รวมถึงเส้นเงินที่เกาะก่อนหน้านี้คาดว่าจะมีประมาณ 200 ล้านบาท แต่ล่าสุดพบว่าทะลุกราฟ ซึ่งหลังจากนี้จะโพสต์เปิดข้อมูลตัวเลขอีกครั้ง
ทนายตั้ม กล่าวว่า ตอนนี้กัน จอมพลัง หายออกไปจากเพจ 48 ชั่วโมง แต่ประเด็นข้อสงสัยก็ยังมีต่อเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริต เรื่องระดมทุนมูลนิธิ และเว็บ ซึ่งอยากให้ออกมาชี้แจงว่า เป็นคนทำจริงหรือไม่
ทนายตั้ม กล่าวอ้างว่า สำหรับบุคคลที่อยากให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบมีอยู่ทั้งหมด 5 คน คือ กัน จอมพลัง ต่อมาคือภรรยาและพ่อแม่ของ กัน จอมพลัง เพราะมีสายข่าวบอกว่า มีเส้นเงินที่อาจได้จากการกระทำความผิดอาจเกี่ยวโยงกับคนกลุ่มนี้หรือไม่ นอกจากนั้นยังมีข้อสงสัยเรื่องของบ้านในโครงการหรูที่ตกแต่งหลายร้อยล้าน รวมถึงเรื่องรถลัมโบร์กีนีด้วย
ทนายตั้ม กล่าวว่า ส่วนอีก 2 คนที่อยากให้ตรวจสอบคนแรก บุคคลนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องสีรถ แต่มีเงินซื้อบ้านหลัก 10-100 ล้านบาท ได้ในระยะเวลาไม่กี่ปี ซึ่งเชื่อมโยงกับ กัน จอมพลัง และคนสุดท้ายอดีตประธานมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้
เมื่อถามว่าการออกมาร้องเรียน กัน จอมพลัง ครั้งนี้อีกฝั่งนึงมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยใช้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบหรือไม่ ทนายตั้ม ยืนยันว่า “ถ้าเขาเป็นคนดีจริง ถ้าเป็นทองจริงแกล้งอย่างไรก็แกล้งไม่ได้หรอกครับ เขาเป็นคนดีจริง ไม่ต้องห่วงหรอกครับ คงเหมือน “เสือ ดุสิต” คงวิ่งมาสวนแล้ว”
“ถ้าเป็นคนดีจริง ป่านนี้คงจะออกมาตอบโต้อะไรบ้างแล้ว แต่ตอนนี้กลับเลือกใช้วิธีเงียบ การตรวจสอบที่ผ่านมาไม่ใช่การกลั่นแกล้ง หากเป็นการกลั่นแกล้งจริง ท้ายที่สุดตัวเองก็คงอาจจะถูกดำเนินคดีกลับก็ได้”