เช็กหลักเกณฑ์ จ่ายเยียวยาน้ำท่วม มี 3 ส่วน บ้านพังรับ 88,600 บาท ย้ำ ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน หากหลักฐานครบ โอนเงินภายใน 15 วัน

เมื่อเวลา​ 10.35 น. วันที่ 3 ต.ค.2569​ ที่ทำเนียบรัฐบาล​ น.ส.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ปภ.​ กล่าวถึงเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยว่า​ สิทธิที่ผู้ประสบภัยจะได้ในส่วนของก้อนแรก คือ เงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และกรุงเทพฯ

ในกรณีแรก ผู้ประสบภัยที่เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือ กรณีบ้านพัง เครื่องมือประกอบอาชีพเสียหาย และเสียชีวิต ในอัตราตามระเบียบเงินทดรองราชการว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย​กรณีฉุกเฉิน โดยหากบ้านพังจะได้รับค่าช่วยเหลือเป็นเงิน 88,600 บาท เสียชีวิตราย 35,700 บาท

ส่วนกรณีที่ 2 ด้วยสถานการณ์ที่มีความเสียหายเป็นวงกว้าง รัฐบาลได้คำนึงถึงความเหมาะสมในการเยียวยาผู้ประสบภัย จึงมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 29 ก.ย. 2569 ต่อเนื่อง เพื่อขยายพื้นที่ที่จะทำการจ่ายเงินช่วยเหลือเงินทดรองราชการ ตามมติครม.เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 24 จังหวัด มอบเป็นค่าใช้จ่าย ค่าช่วยเหลือเยียวยา แบ่งออกเป็นกรณีบ้านพักอาศัยเสียหาย บ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อม และกรณีการเสียชีวิต

โดยเงินก้อนที่ 2 นี้ สำหรับในกรณีที่บ้านพักอาศัยเสียหาย จะได้รับการเยียวยา จำนวน 9,000 บาท ในการส่วนของน้ำล้อมบ้าน จำนวน 5,000 บาท ส่วนกรณีเสียชีวิต จะดูแลเยียวยาญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตศพละ 2 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนที่ 3 คือ เรื่องระบบประกันภัยพิบัติและค่าสินไหมทดแทนของผู้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งรัฐบาลได้ชี้แจงให้ประชาชนทราบในเบื้องต้นแล้ว​ จะมีผลระยะเวลาการคุ้มครองเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 1 ต.ค. 2570

โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยดำเนินการคุ้มครองใน 2 ประเภท คือ ประเภทที่อยู่อาศัย จะคุ้มครองกรรมสิทธิ์ให้กับผู้อยู่อาศัย ในกรณีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท/หลัง/ภัย​ ซึ่งในช่วงของอุทกภัยนี้จะแบ่งเป็นอุทกภัยบ้านน้ำท่วม และบ้านน้ำล้อม

และหลังจากที่ได้รับค่าชดเชยเสียหายจำนวน 100,000 บาทแล้ว จะสามารถขอความเสียหายเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 90,000 บาท ในกรณีที่ผู้ประสบภัยมีความพร้อมในการรวบรวม หลักฐานเอกสารเพิ่มเติมก็สามารถส่งข้อมูลให้กับทางบริษัทประกัน ดำเนินการให้ความช่วยเหลือได้ทันที

ส่วนกรณีน้ำล้อมความเสียหายเบื้องต้นจะได้รับการช่วยเหลือ 5,000 บาท และได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมไม่เกิน 95,000 บาท

ส่วนด้านร่างกายและชีวิต จะคุ้มครองประชาชนชาวไทยที่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชน ในกรณีเสียชีวิตจะจ่ายค่าชดเชยรายละ 2 ล้านบาท ส่วนกรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร จ่ายค่าชดเชย 200,000 บาทต่อคน

น.ส.ศิริธร กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการแจ้งเคลมและจ่ายเงินสามารถแจ้งผ่านได้ 4 ช่องทาง คือ 1. แจ้งผ่านเว็บไซต์​ www.thainatcat.org 2. Line OA “@ThaiNATCAT” 3. ThaiNATCAT Call Center โทร 02-012-5555 และ 4.จุดแจ้งเคลมในพื้นที่

โดยในเบื้องต้นจะครอบคลุมพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

นอกจากนี้ยังสามารถเข้ายืนยันตัวตนและความชัดเจนถูกต้องที่แอปพลิเคชัน​ ThaID และเมื่อเอกสารครบถ้วนตามกระบวนการแล้ว การพิจารณาค่าสินไหมชดเชยเยียวยาจะโอนเงินผ่านเข้าระบบพร้อมเพย์ จึงขอให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยเข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไข ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก คาดว่าหลังจากที่บริษัทประกันได้รับเรื่องแล้ว จะโอนเงินภายใน 15 วัน หลังจากได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน

น.ส.ศิริธร กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังเรื่องข้อความ SMS ที่จะแอบอ้างการขอข้อมูลลงทะเบียน เพราะ SMS ของระบบประกัน และปภ.​ ไม่มีการแนบลิงก์​ หมายเลขทะเบียนหรือเลขบัญชีธนาคาร และไม่ให้ส่งสลิปโอนเงินเพื่อต่อรองให้ช่วยเหลือเร็วขึ้น หากมีข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ผ่านสายด่วนนิรภัย 1784

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน