ตำรวจไซเบอร์ คุมตัว อัจฉริยะ ส่งศาลฝากขัง เจ้าตัวลั่นชี้แจงได้ทุกประเด็น เชื่อ มีใบสั่ง เผย “ถ้าผมไปเล่นมวย 3-4 ร้อยล้าน ผมเอาเงินไปเที่ยวไม่ดีกว่าเหรอ”
จากกรณีตำรวจไซเบอร์บุกจับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ , ฟอกเงิน และ ลักลอบเล่นการพนันชกมวยฯ และสอบปากคำเสร็จสิ้น และคุมตัวมาฝากขังไว้ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อรอคุมตัวไปฝากขังต่อศาลอาญา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 ต.ค.2569 ที่สน.ทุ่งสองห้อง ญาติของนายอัจฉริยะเดินทางมารอเยี่ยมซึ่งคาดว่าเป็นทีมทนาย และภรรยาของนายอัจฉริยะ ซึ่งทั้งคู่ได้นำเอกสารเกี่ยวกับศาลมาให้นายอัจฉริยะอ่านและเซ็น

ตำรวจไซเบอร์ คุมตัว อัจฉริยะ ส่งศาลฝากขัง เจ้าตัวลั่นชี้แจงได้ทุกประเด็น เชื่อ มีใบสั่ง เผย “ถ้าผมไปเล่นมวย 3-4 ร้อยล้าน ผมเอาเงินไปเที่ยวไม่ดีกว่าเหรอ”
ขณะที่ พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เดินทางมาขอเข้าเยี่ยมนายอัจฉริยะเช่นกัน ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีโอกาสเข้าเยี่ยมเนื่องจากมาเกินเวลาเยี่ยม
โดยวันนี้ พ.อ.นพ.ธวัชชัย ได้นำน้ำเปล่าและหมูปิ้ง 1 ชุด มาให้นายอัจฉริยะ อีกทั้งยังนำข้าวเหนียวหมูปิ้งกว่า 20 ชุด มาแจกนักข่าวที่มารอทำข่าวการฝากขังนายอัจฉริยะด้วย
พ.อ.นพ.ธวัชชัย กล่าวว่า วันนี้มาให้กำลังใจหลังจากเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา มาช้าเลยไม่ได้เยี่ยม ซึ่งเมื่อวานก็รู้ว่ามีคนออกมาพูดกระแนะกระแหน เรื่องที่ตนพูดเปรียบเทียบกับเนลสัน แมนเดลา เขาก็เอาไปล้อซึ่งตนก็ไม่ได้คิดอะไร คนเราเห็นคนทุกข์ก็ต้องเห็นใจ เวลาเขาสุขเราก็ยินดี วันนี้ได้นำหมูปิ้ง น้ำดื่มมาให้นายอัจฉริยะก็นั่งกินเหมือนกัน พอเห็นเขากินได้เยอะเราก็ดีใจ
ในยามที่คนมีทุกข์ก็มีทั้งคนซ้ำเติมและคนให้กำลังใจ เราจะเป็นฝั่งไหนก็ขึ้นอยู่ที่จิตใจเราเองแม้กระทั่งฝั่งตรงข้ามถ้าเขาตามตนก็เสียใจ อย่างทนายรูปหล่อคนหนึ่งที่มาบูลลี่ตนเมื่อวาน ตอนที่เขาโดนเรายังสงสาร สงสารลูกเขา พ่อก็ติด แม่ก็ติด จะอยู่กันยังไงแต่ตอนนี้ถ้าเขาเข้าไปใหม่ตนก็ไม่สมน้ำหน้าเขานะ แต่อยากให้สำนึกถึงสิ่งที่ทำ
ส่วน แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์ ที่ได้คอมเมนต์ใต้โพสต์ตัวเองว่า “คบคนพาลพาลพาไปหาผิด” ตนมองว่าคตินี้ดีมาก เดี๋ยวจะต้องไปบอกแม่แตงโมว่าคุณแม่อาจจะไม่ได้สอนน้องแตงโมในเรื่องนี้
พ.อ.นพ.ธวัชชัย กล่าวด้วยว่า ที่ตนเข้าไปพูดคุยกับนายอัจฉริยะไม่ได้ถามเรื่องรายละเอียดคดี แต่จะเป็นการถามเรื่องสุขภาพ เรื่องยารักษาโรค เพราะนายอัจฉริยะเป็นความดัน รวมถึงได้ถามนายอัจฉริยะด้วยว่า หลังจากถูกดำเนินคดีแล้ว หลังจากนี้จะทำอย่างไรต่อไป
เมื่อถามว่า นายอัจฉริยะได้มีการพูดคุยกับพ.อ.นพ.ธวัชชัยหรือไม่ว่าตัวเองอาจถูกกลั่นแกล้ง พ.อ.นพ.ธวัชชัย กล่าวว่า ตนไม่รู้เรื่องว่าจะมีการกลั่นแกล้งหรือไม่ แต่นายอัจฉริยะบอกแค่ว่า ไม่เคยมีการเปิดรับบริจาค หรือประชาสัมพันธ์ใด ๆ
- อ่านข่าว : นอนห้องขังคืนแรก ‘อัจฉริยะ’ ไม่เครียด โดนคดีฟอกเงิน-ฉ้อโกง ‘หมอธวัชชัย’ มาเยี่ยม
- อ่านข่าว : ตร.ไซเบอร์คุมตัว อัจฉริยะ ฝากขัง สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าตัวยังปฏิเสธ ลั่นถูกสร้างหลักฐานเท็จ
ซึ่งตนก็ให้กำลังใจว่า ของแบบนี้ไม่มีใครรู้ คนเราอาจจะเปลี่ยนกันได้ อย่างเวลาโอนเงินให้เพื่อน เพื่อนคนนั้นอาจไปรับคำสั่งใครมาแล้วกลับมาเล่นงานเราก็ได้ ซึ่งนายอัจฉริยะยืนยันว่า ตนเองสุจริต เพราะที่ผ่านมาช่องทางโซเชียลมีเดียของนายอัจฉริยะได้ปิดไปทั้งหมดแล้ว
และอีกสิ่งหนึ่งที่ตนยืนยันได้คือเรื่องของหลักฐานแชทสนทนาไลน์ ที่มีชื่ออัจฉริยะ และมีรูปของนายอัจฉริยะ “ตนตีเก๊” เพราะจากที่รู้จักนายอัจฉริยะมา 5 ปี นายอัจฉริยะมีไลน์อยู่ 3 Account ไม่เคยมีชื่อแบบนี้มาก่อน
แล้วอีกอย่างคนโง่ที่ไหนจะใช้ชื่อและรูปตัวเองไปเจรจาเรื่องเงินผิดกฎหมาย ส่วนตัวมองว่า บัญชีไลน์ลักษณะนี้ใครจะสร้างขึ้นมาได้ ซึ่งหลังจากนี้อยากให้มีการตรวจสอบว่าเป็นการปลอมแปลงหรือไม่
ต่อมาเวลา 09.00 น. ตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ในฐานะเจ้าของสำนวนคดี เดินทางมาถึงที่ สน.ทุ่งสองห้อง และรับตัวนายอัจฉริยะขึ้นรถไปฝากขังที่ศาลอาญา
ระหว่างควบคุมตัว นักข่าวสอบถามนายอัจฉริยะถึงประเด็นเงินบัญชีส่วนตัวปี 2567-2568 จำนวน 191 ล้านบาท ชี้แจงได้หรือไม่นั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ชี้แจงได้ทุกประเด็น ส่วนเงินที่ผู้เสียหายโอนไปบริจาคแล้วไปหมุนเวียนใช้พนันมวยนั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า “ไม่จริง” พร้อมบอกว่า
“ถ้าผมไปเล่นมวย 3-4 ร้อยล้าน ผมเอาเงินไปเที่ยวไม่ดีกว่าเหรอ” พร้อมยอมรับว่า เป็นไปได้ที่ตนจะถูกกลั่นแกล้ง และเชื่อว่ามีใบสั่ง เพราะบัญชีชมรมฯ ของตนปิดไปตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเรื่องนี้สามารถไปตรวจสอบดูได้ที่เฟซบุ๊กชมรม
ส่วนเงินที่เคยได้รับบริจาคยังอยู่หรือไม่นั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า “ไม่ใช่ ไม่จริง” หลังจากนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ไม่เป็นไร รวมถึงไม่มีอะไรจะฝากถึงใคร
ส่วนวันนี้จะได้ประกันตัวหรือไม่นั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า “อย่าเพิ่งไปคิดเลย” จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พานายอัจฉริยะขึ้นรถตำรวจ เดินทางไปศาลอาญาทันที ซึ่งนายอัจฉริยะ ไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดใด ๆ

