ศูนย์ JICC เผย ฝนตกกระจายทั่วประเทศ หนักถึงหนักมาก 10-13 ต.ค. เฝ้าระวังฝั่งตะวันออก จับตาน้ำบางปะกง ล้นคันกั้นน้ำ แจ้ง 8 อำเภอ ฉะเชิงเทราติดตามใกล้ชิด เขื่อนแก่งกระจายน้ำเต็มความจุ เร่งระบายน้ำ ด้านลุ่มเจ้าพระยา ระดับน้ำผ่านจุดวิกฤต คงระดับการระบายที่ 2,500 ลบ.ม./วินาที
เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษฏประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) กล่าวถึงสถานการณ์ ฝนตกระหว่างวันที่ 5-7 ต.ค. จะเป็นฝนเปลี่ยนฤดู ส่งผลให้ภาคเหนือ มีอากาศหนาว แต่ต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม
ขณะเดียวกัน ฝนจะเคลื่อนตัวจากภาคกลางไปภาคตะวันตกลง สู่ภาคใต้ภาคใต้ตอนล่าง ที่ จ. นครศรีธรรมราช สงขลาและจังหวัดฝั่งอันดามัน จะมีฝนตกชุกขึ้น
ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนจะหยุดตกแล้ว และจะกลับมาตกอีกครั้งในวันที่ 10-13 ต.ค. ซึ่งจะกระจายอยู่ฝั่งภาคตะวันตก ใน จ.กาญจนุบรี เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ส่วนภาคใต้ ฝนจะตกต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด
น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และน้ำเหนือ อยู่ในภาวะลดลงแล้ว จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำที่ลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ลดลงผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยา ยังคงระดับการระบายอยู่ที่ 2,500 ลบ.ม./ วินาที โดยระดับน้ำที่เขื่อนลดลงจากเมื่อวาน 17.3 วันนี้เหลือ 16.88 เป้าหมายระบาย อยู่ที่ 16.5 เพื่อรองรับน้ำฝนและน้ำเหนือที่อัดเพิ่มขึ้นจากในอนาคต
ส่วนแม่น้ำสแกกรัง ที่น้ำเข้ามาเติมเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ระดับน้ำลดลง รวมถึงเขื่อนป่าสักฯ ตอนนี้เต็มความจุอ่างแล้ว จึงเร่งระบายน้ำมายังเขื่อนพระราม 6 โดยพื้นที่รับน้ำ คือจ.พระนครศรีอนุธยา ที่ได้รับผลกระทบและระดับทรงตัว ระบายช้า ขณะที่ระดับน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยายังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำพอสมควร โดยเฉพาะในพื้นที่กทม. ยังต่ำกว่า 1 เมตร
สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณ มีระดับกักเก็บน้ำ 98% เขื่อนศรีนครรินทร์ 90% ตอนนี้มีการเตรียมการพร่องน้ำออก มากกว่ารับน้ำเข้า โดยเฉพาะเขื่อนวชิราลงกรณ เร่งพร่องน้ำเพื่อรองรับน้ำที่จะตกมาเพิ่ม
ส่วนเขื่อนแก่งกระจาย ที่จ.เพชรบุรี ระดับน้ำเต็มความจะอ่าง กำลังเร่งระบายน้ำ รองรับฝนที่จะตกลงเพิ่ม ขอให้ประชาชนในพื้นที่ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง อ.เมืองเพชรบุรี อ.หนองหญ้าปล้อง ติดตามการแจ้งเตือนจากจังหวัด อย่างใกล้ชิด
นายเอกภพ กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์น้ำในภาคตะวันออก น้ำที่อยู่ในปราจีนบุรี ลดลงช้า เนื่องจากที่อ.กบินทร์บุรี ระดับน้ำยังล้นตลิ่ง แล้วจะค่อยๆไหลลงมาสู่เมืองปราจีนฯ ส่วนอีกก้อนจะไหลมาทางจ.นครนายก ซึ่งตอนนี้มีการบริหารจัดการ ในเขื่อนขุนด่านปราการชล ด้วยการลดการระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำ ให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด เบื้องต้นมี 8 อำเภอ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ต้องเฝ้าระวัง