ตร.นนทบุรี ไม่รู้ปมถอดตู้แดง หน้าบ้านเสริมสุข เนอร์สซิ่งโฮม ตรวจพบขออนุญาตไว้ 9 เตียง แต่ของจริงมีทั้งหมดถึง 81 เตียง

วันที่ 8 ต.ค.69 นพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต พร้อมด้วย นายศุภชัย สิงโห ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 หรือ สบส.4 นพ.ปริพนท์ จุลเจิม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี และทีมเยียวยาจิตใจกระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่องค์การอาหารและยา (อย.) ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี เข้าตรวจสอบบ้านเสริมสุข (เนอร์สซิ่งโฮม) จำกัด ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ภายในซอยเรวดี 22 จ.นนทบุรี

เมื่อมาถึง นายศุภชัย สิงโห กดกริ่งและยืนยันว่ามีการประสานเข้ามา เพื่อขอเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่า สบส.4 อนุญาตให้บ้านเสริมสุขฯ เปิดเป็นสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุ ที่บริเวณนี้เพียงแห่งเดียว

ส่วนที่มีข้อมูลเรื่องตึกหญิง อีก 1-2 แห่งของบ้านเสริมสุขฯ ที่อยู่ภายในย่านเรวดีนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียดและต้องมีการไปตรวจสอบ หากพบว่ามีการลักลอบเปิดแบบไม่ขออนุญาต ก็พบว่ามีความผิด

ก่อนที่ผู้ดูแลบ้านเสริมสุขฯ จะมาเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ

โดยก่อนหน้านี้ นายศุภชัย สิงโห ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 ชี้แจงกับ นพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ว่า บ้านเสริมสุขฯ แห่งนี้ อาจเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล เพราะขออนุญาตไว้ 9 เตียง แต่ตรวจพบว่ามีทั้งหมด 81 เตียง

โดยภายหลังการเข้าตรวจสอบนานกว่า 1.30 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเดินมายังบ้านเสริมสุขฝ่ายผู้หญิง อยู่ห่างจากบ้านเสริมสุขฤฯ หลัก เพียง 150 เมตร

ระหว่างเดินทาง พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รองผบก.ภ.จว.นนทบุรี เปิดเผยเรื่องตู้แดงที่มีการติดบริเวณหน้าบ้านเสริมสุขฯ ว่า สำหรับการติดตั้งตู้แดง เป็นความจำเป็นในเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเฉพาะจุดที่มีความสุ่มเสียง ซึ่งจุดนี้มีผู้สูงอายุอยู่จำนวนมาก จึงจะต้องมีการติดตู้อยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้แตกต่างกับร้านทอง ห้าง หรือโครงการหมู่บ้านที่ประชาชนเองขอมา

พ.ต.อ.โชคชัย กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่มีการรื้อถอดตู้แดงออกไปในช่วงเวลาที่เป็นข่าวพอดีนั้น ส่วนตัวไม่ทราบ ซึ่งต้องตรวจสอบอีกครั้ง แค่คาดว่าอาจจะนำกลับมาติดตั้งใหม่ สำหรับการตรวจสอบบ้านเสริมสุขฯ วันนี้นั้น ต้องรอการสรุปจากการตรวจสอบจากทั้ง 2 แห่งอีกครั้ง

ด้าน นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกประจำกรมสุขภาพจิต เปิดเผยภายหลังร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเสริมสุขว่า รมว.สาธารณสุข มอบหมายให้กรมสุขภาพจิต เข้าร่วมดูแลสถานการณ์ดังกล่าว โดยวันนี้ส่งทีมสหวิชาชีพจากกรมสุขภาพจิต รวมถึงทีมเยียวยาจิตใจ ลงพื้นที่ร่วมกับศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 และตำรวจ เพื่อประเมินผู้รับบริการทั้งหมด

เบื้องต้นพบว่าจุดที่เข้าตรวจสอบมีผู้รับบริการที่เจ้าของระบุว่า เป็นผู้มีประวัติด้านจิตเวชและอยู่ในภาวะพึ่งพิงประมาณ 58-60 ราย ขณะที่อีกบ้านหนึ่งเป็นสถานดูแลผู้รับบริการหญิงประมาณ 14-16 ราย ซึ่งกรมสุขภาพจิตจะประเมินเป็นรายบุคคลทั้งหมด เพื่อดูทั้งสภาพร่างกาย จิตใจ และความจำเป็นในการดูแลต่อเนื่อง

นพ.วรตม์ ระบุว่า จากการประเมินเบื้องต้นด้วยสายตา ยังไม่พบผู้ที่อยู่ในภาวะก่อความรุนแรงหรือเข้าข่ายเคสเหลือง-แดง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ทันที เนื่องจากต้องประเมินอย่างละเอียดโดยทีมสหวิชาชีพ โดยเฉพาะประเด็นที่มีการกล่าวอ้างถึงการใช้ความรุนแรงหรือการล่ามโซ่ ซึ่งในส่วนนี้ต้องให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนภารกิจของกรมสุขภาพจิต จะเน้นเรื่องความปลอดภัยและการดูแลผู้รับบริการให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมตามหลักมนุษยธรรม ขณะเดียวกัน หากสถานที่ดังกล่าวต้องยุติการให้บริการ ผู้รับบริการจะต้องได้รับการจัดหาที่ดูแลต่อเนื่อง

โดยกรมสุขภาพจิตได้เตรียม โรงพยาบาลศรีธัญญา ไว้รองรับในกรณีที่ผู้รับบริการไม่สามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวได้ หรือมีอาการทางจิตเวชที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา ขณะที่รายที่สามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวได้ จะประสานญาติให้มารับกลับ
ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตยืนยันว่า จะเร่งประเมินผู้รับบริการทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำหนดแนวทางดูแลเป็นรายบุคคลต่อไป โดยย้ำว่า จะไม่มีผู้รับบริการรายใดถูกทอดทิ้งไว้ หากสถานที่แห่งนี้ต้องปิดดำเนินการ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน