เปิดญัตติยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย ซัด อนุทิน สร้างระบบน.หนู กินรวบประเทศ ไม่รู้สํานึกผิดชอบชั่วดี เสแสร้งแกล้งรักชาติ ตัดตอนการตรวจสอบ สับปลับ
วันที่ 8 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
โดยเนื้อหาในญัตติ ระบุว่า อาศัยอํานาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 151 สส. จํานวนไม่น้อยกว่า1ใน 5 ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาฯ ขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรายนามดังนี้
1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
5. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
6. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
7. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
8. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
9. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
10. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11. พลตํารวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
12. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
13. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
14 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
15. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
16. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
17. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
18. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทั้งนี้ ได้ปรากฎพฤติการณ์ของรัฐมนตรีแต่ละคน ดังนี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีความซื่อสัตย์
สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต บริหารประเทศผิดพลาดอย่างร้ายแรง ไม่เคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
ไร้ความรับผิดชอบต่อระบบรัฐสภา ไร้วุฒิภาวะ ไร้ภาวะผู้นํา บริหารงานบุคคลล้มเหลว แต่งตั้บุคคลดํารงตําแหน่งสําคัญต่างๆโดยมิได้คํานึงถึงความรู้ความสามารถและความซื่อสัตย์สุจริต ไม่รู้สํานึกผิดชอบชั่วดี ไร้จิตสํานึกในการเป็นผู้นําประเทศที่จะต้องละเว้นไม่ใช้อํานาจหรือตําแหน่งหน้าที่ไปเพื่อผลประโยชน์ทับซ้อน กลับใช้อํานาจหรือตําแหน่งหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเองบริวาร พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ
ไม่มีความคิดในการทําหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของชาติและส่วนรวม แต่ใช้อํานาจตําแหน่งหน้าที่และเครือข่ายพรรคการเมืองของตนเอง สร้างระบอบสีนํ้าเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ ทั้งโกงการเลือกตั้งสส. โกงการเลือกสว. โกงการสอบข้าราชการ โกงงบประมาณแผ่นดินเพื่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของตนเอง พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ
นายอนุทินและเครือข่ายพรรคพวกของตนได้สมคบคิดกันเพื่อเข้าไปทําลาย ควบคุม ครอบงํา หรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม กลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อํานาจ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเพื่อทําให้กระบวนการและกลไกเหล่านั้นกลายเป็นเครื่องมือทําลายฝ่ายตรงข้าม แต่ละเว้น ช่วยฟอกขาว หรือช่วยเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคพวกของตน
การที่นายอนุทินใช้อํานาจ ตําแหน่งหน้าที่เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดําเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการนั้น ยังถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทําลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทําลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
นอกจากนี้ นายอนุทินยังใช้อํานาจ อิทธิพล ตําแหน่งหน้าที่และเครือข่ายของตนเอง เข้าไปแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกงการเลือกสว. ส่งเสริมการกระทําที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิดให้แก่ตนเองและพวกพ้อง ทําให้องค์กรตรวจสอบปฏิบัติหน้าที่ และจงใจละเลยการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือขบวนการโกงการเลือกสว.
นายอนุทินและพรรคพวกยังสร้างความเสื่อมเสียให้แก่สถาบันหลักของชาติ จงใจใช้ความจงรักภักดีเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง สร้างความเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
การใช้อํานาจและการบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทิน ส่งผลให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันอย่างกว้างขวางเป็นระบบ กลายเป็นต้นตอของปัญหาอาชญากรรม มีพฤติการณ์จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการกับขบวนการทุนเทาซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสังคม ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีต้นตอมาจากการที่นายอนุทิน เป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถ ไร้สํานึกความรับผิดชอบต่อสังคมและประชาชน ล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่และการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนในทุกมิติ
หนําซ้ำยังมีพฤติกรรมที่เลวร้ายจนประวัติศาสตร์ต้องจารึกด้วยความน่ารังเกียจถึงขนาดปล่อยให้บริวารและพวกพ้องฉวยโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาวิกฤตข้าวยากหมากแพง มุ่งใช้งบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่อย่างจํากัดจําเขี่ยเพื่อความมั่งคั่งและผลประโยชน์ของเครือข่ายพวกพ้อง หาได้สนใจใยดีต่อความทุกข์ร้อนของประชาชนและปัญหาของประเทศ
ยึดเอาผลประโยชน์ชาติ มาเป็นผลประโยชน์ของของตนเอง เสแสร้งแกล้งรักชาติเพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่กลับมีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพิทักษ์รักษา
ผลประโยชน์ของแผ่นดิน
สมรู้ร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจให้มีกระบวนการทุจริตการสอบเข้า บรรจุ และแต่งตั้งข้าราชการ รวมทั้งตัดตอนการตรวจสอบ ใช้อํานาจเพื่อให้ผู้กระทําผิดลอยนวลอยู่เหนือกฎหมาย แทรกแซงการแต่งตัั้งโยกย้ายข้าราชการอันเป็นการทําลายระบบคุณธรรมในระบบราชการลงอย่างสิ้นเชิง
ทําให้ระบบราชการสยบยอมต่ออํานาจทางการเมือง แต่งตั้งบุคคลที่เป็นพรรคพวกและบริวารให้ดํารงตําแหน่งสําคัญ เพื่อเอื้อต่อการหาผลประโยชน์โดยมิชอบและการสร้างฐานอํานาจทางการเมือง กดดันบีบบังคับข้าราชการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง พวกพ้อง และผู้มีพระคุณของตน
นายอนุทิน มีพฤติกรรมแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานเพื่อประโยชน์ทางการเมือง มีพฤติกรรม
สับปลับ หลอกลวง ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไม่เคารพต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งผลให้สังคมไทยเป็นยุคสมัยที่คนชั่วได้ดี คนมีความสามารถมิอาจประสบความสําเร็จได้ มีการใช้เส้นสายและระบบอุปถัมภ์อันนําไปสู่การคดโกงทุกรูปแบบ
คําสัญญาที่บอกว่าจะทําให้ประชาชน “รวยไม่ไหวแล้ว” เป็นเพียงแค่ลมปากที่ไม่มีความหมายใดๆ เพราะมีแค่เพียงคนโกงและบริวารพวกพ้องเท่านั้นที่รวยไม่ไหวแล้ว ขณะที่ประชาชนทั่วไปกลับมีชีวิตความเป็นอยู่ยํ่าแย่ลง
นายอนุทินยังมีพฤติกรรมที่บกพร่องอย่างร้ายแรงอีกหลายประการในการดํารงตําแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร้ศักดิ์ศรีในเวทีระหว่างประเทศ ไม่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
การบริหารภายในประเทศก็ล้มเหลวในปกป้องประชาชนและผลประโยชน์ของสาธารณะไม่มีเจตจํานงและความสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ มัวแต่อุ้มชูกลุ่มทุนและเครือข่ายผลประโยชน์ของตนเอง การบริหารและการใช้งบประมาณของประเทศไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง
เศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและศักยภาพของประเทศตกต่ำดิ่งเหว คนไทยไร้ความหวัง ไร้อนาคต ล้มเหลวในการดับไฟใต้ หลักนิติรัฐ กระบวนการยุติธรรม ความมั่นคงและสิทธิของประชาชนก็ถูกบั่นทอน ทําลายทั้งระบบ
ยิ่งไปกว่านั้น นายอนุทินในฐานะผู้นําของประเทศยังได้ปรากฏพฤติกรรมยอมตนอยู่ภายใต้บุคคลอื่น
เป็นเพียงหุ่นเชิดทางการเมืองที่ถูกชักใยชี้นําในเรื่องสําคัญ
ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีกลายเป็นเพียงเกราะคุ้มครองบุคคลอื่นให้สามารถแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยการฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือเบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวมต่อไปได้




