ชูป้ายขอให้ช่วย อ้างมีโซ่-กุญแจมือ-ถังฉี่ ญาติแห่รับตัวจากบ้านเสริมสุขฯ เปิดใจเคยเห็นลูกชายตาเขียว แต่ผู้ดูแลอ้างว่าต่อย-ตี กับเพื่อนในศูนย์
วันที่ 8 ต.ค.2569 หลังจาก ศบส.4 ประสานให้ญาติมารับผู้ป่วยที่อยู่ภายในศูนย์ออกไป โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าไปตรวจสอบภายในศูนย์ พร้อมคัดแยกว่ามีผู้ป่วยรายใดที่จำเป็นต้องนำส่งไปรักษาต่อโรงพยาบาลศรีธัญญา
เบื้องต้นพบว่า มีการนำส่งผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์ไปส่งต่อที่โรงพยาบาลบางส่วน พร้อมกับนำสัมภาระข้าวของขึ้นรถ
ระหว่างผู้สื่อข่าวยืนปักหลักรอทำข่าวอยู่ที่ถนนด้านหน้า มีผู้ที่อยู่ในศูนย์บริเวณชั้น 3 ห้องติดริมถนน เปิดหน้าต่าง ชูข้อความที่เขียนด้วยลายมือลงบนกระดาษลังว่า “พี่ครับ ช่วยแจ้งกรมให้มาตรวจสอบ โซ่-กุญแจมือ พร้อมถังฉี่ อยู่ห้องใต้บันไดทางขึ้นหน่อยครับ เขาเอาไปซ่อนครับ“
ผู้สื่อข่าวจึงเดินไปแจ้งเจ้าหน้าที่ของ พม.ที่กำลังจะเข้าไปว่า มีผู้ยื่นจดหมายออกมาจากหน้าต่าง ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าเดี๋ยวจะตรวจสอบให้ ขณะที่ตลอดช่วงบ่าย มีญาติของผู้ที่อยู่อาศัยภายในศูนย์ เดินทางมาติดต่อขอรับตัวออกไป เพื่อกลับบ้าน
อย่างคุณแม่ท่านหนึ่ง มารับลูกชายอายุ 30 ปี ที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า และเข้ามาอยู่ที่ภายในศูนย์นี้ได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ตอนที่อยู่ภายในศูนย์ ก็มาเยี่ยมลูกทุกเดือน เพราะเราไม่เคยทอดทิ้งลูก แต่ยอมรับว่า พอเห็นเป็นข่าวก็รู้สึกตกใจมาก ว่าทำไมทำได้ขนาดนี้ และตอนที่เราพาลูกมาฝากก็ได้ไปทำสัญญาฝากผู้ป่วยไว้ โดยมีค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณ 20,000 บาท
แม่ของผู้ป่วย เล่าอีกว่า ระยะแรกที่ลูกเข้ามาแล้ว ตนมาเยี่ยมก็พบว่าลูกตาเขียว แต่น้องบอกว่าเพื่อนในห้องทะเลาะกัน ตอนนั้นเราก็สงสัย แต่คิดว่าสงสัยจะมีการทำร้ายกันจริง โดยน้องอยู่ที่นี่มา 3 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากตาเขียวก็มีแผลโดนน้ำร้อนลวก แต่ไม่มีอุบัติเหตุอะไร
ที่ผ่านมาน้องสาวของตนก็เคยสงสัยว่า ทำไมเวลาจะมาเยี่ยมลูก จะต้องนัดล่วงหน้าว่าจะมากี่โมง ไม่สามารถมาได้เลย โดยตอนมาเยี่ยมจะมีห้องรับรอง ไม่มีคนมาคอยยืนคุม ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ ลูกไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังมาก มีแต่ทุกครั้งที่มาเยี่ยมจะซื้ออาหารมาให้ก็ทาน พอทานได้สักพัก ก็เหมือนง่วงนอนแล้วก็กลับขึ้นห้องไป
ภายหลังรับผู้ป่วยเสร็จสิ้น แม่จะพาน้องเดินกลับออกมา โดยลูกชายไม่ได้สวมรองเท้า เดินออกมาเท้าเปล่า ก่อนจะพาลูกขึ้นรถกลับบ้านทันที
แม่ยอมรับว่า สบายใจขึ้นได้ลูกกลับมา และหลังจากนี้ก็จะพากลับไปดูแลเอง ไม่พากลับมาอีกแล้ว วันนี้น้องก็ไม่ได้มีอะไรออกมาเลย เอาแต่ยารักษาโรคติดตัวกลับมาด้วย
โดยผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมต้องเดินเท้าเปล่าออกมา แม่บอกว่า เคยซื้อรองเท้าไว้ให้ ก็ไม่มี ต้องออกมาแบบเท้าเปล่า ส่วนเสื้อก็ซื้อมาให้หลายตัว แต่ท้ายสุดก็เหมือนเอาไปรวมกัน เสื้อที่ซื้อก็หายไปไหนไม่รู้