เปิดคำให้การ แก๊งสวมสิทธิ บัตรหัว 0 “พ่อทิพย์” ช็อก รู้ผลDNAลูก 13ปี ไม่ระแคะระคาย เล่าจุดเริ่มต้นรู้จักฝ่ายหญิง ด้าน อาหลง เผยที่มาปมเงินหมุนเวียนร้อยล้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ต.ค.2569 ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” (Operation Northern Shadow) ทลายขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือ ก่อนขยายผลมายังกรุงเทพมหานคร

โดยปฎิบัติการครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สนธิกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตำรวจสืบสวนนครบาล กรมการปกครอง DOPA N.I.C.E., ปปง. และ ป.ป.ท.

บัตรหัว 0

เปิดคำให้การ แก๊งสวมสิทธิ บัตรหัว 0 “พ่อทิพย์” ช็อก รู้ผลDNAลูก 13ปี ไม่ระแคะระคาย เล่าจุดเริ่มต้นรู้จักฝ่ายหญิง ด้าน อาหลง เผยที่มาปมเงินหมุนเวียนร้อยล้าน

โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น 3 จุดสำคัญ หนึ่งในนั้น คือบ้านหรูย่านวังทองหลาง ซึ่งเป็นบ้านของนายอี้หลง หรือ อาหลง และภรรยาชาวจีน

แนวทางการสืบสวนพบว่า นายอี้หลงถือบัตรประชาชนไทยเลขขึ้นต้นด้วย 5 โดยมีการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรพื้นที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ตั้งแต่ปี 2532 และทำบัตรประชาชนครั้งล่าสุดเมื่อปี 2564

บัตรหัว 0

นายอี้หลง

จุดเริ่มต้นของคดีมาจากปม “พ่อทิพย์” เมื่อนายอี้หลง ภรรยา และลูก เตรียมเดินทางไปประเทศจีน แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ชื่อบิดาของเด็กในเอกสารไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงระงับการเดินทางและตรวจ DNA เมื่อวันที่ 2 ส.ค.

ผลตรวจยืนยันว่า นายอี้หลง ภรรยา และเด็กชาวจีนมีความสัมพันธ์เป็นพ่อแม่ลูกกัน ขณะที่นายวุฒิชัย ชาวไทย ซึ่งจดทะเบียนรับรองบุตร ไม่ใช่บิดาที่แท้จริง

บัตรหัว 0

พล.ต.ท.นพศิลป์ ระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการสวมสิทธิเป็นคนไทย ทำให้สามารถจดทะเบียนนิติบุคคลในฐานะบริษัทไทย และถือครองที่ดินได้ โดยไม่ต้องใช้นอมินี

จากการตรวจสอบ ยังพบว่า นายอี้หลงตั้งบริษัท 2 แห่ง ใช้ประกอบธุรกิจขายสินค้าที่วัดเล่งเน่ยยี่ และนำเงินมาซื้อบ้านที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น

นายวัฒิชัย (เสื้อสีแดง)

และตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี นายอี้หลงมีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท ส่วนบัญชีของภรรยาชาวจีนมีเงินหมุนเวียน 481 ล้านบาท รวมกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่มองว่าเป็นประเด็นที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

ระหว่างแถลงข่าว พล.ต.ท.นพศิลป์ ยังเปิดเผยหลักฐานแชทไลน์ที่นายอี้หลงใช้ชักชวนเครือข่ายทำบัตรประชาชน โดยมีการเสนอทำ “บัตรหัว 0” ราคา 120,000 บาท วางมัดจำ 25% หรือ 30,000 บาท ระบุว่าทำได้ที่ อ.ฝาง รอประมาณ 1 เดือน และรอบัตรตัวจริงประมาณ 3 เดือน โดยชำระเงินส่วนที่เหลือเมื่อรับบัตร

ด้าน นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า นายอี้หลงได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรตั้งแต่ปี 2532 และการขยายผลครั้งนี้พบว่า นายอี้หลงเคยทำบัตรประชาชนเป็นครั้งที่ 2 แต่บัตรดังกล่าวถูกจำหน่ายออกจากระบบแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินคดีกับนายอี้หลง ภรรยาชาวจีน และนายวุฒิชัย ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพ่อทิพย์ ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทะเบียนราษฎร การสวมสิทธิ และการถือครองที่ดิน พร้อมขยายผลตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ขณะที่ช่วงหนึ่ง นายวุฒิชัย อายุ 40 ปี สัญชาติไทย ชาวจ.ชลบุรี ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “พ่อทิพย์” ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักครอบครัวชาวจีนมาก่อน รู้จักเพียงฝ่ายหญิงจากการคบหากันเมื่อปี 2555 ประมาณ 4-5 เดือน หลังพบกันช่วงที่ตนมาเที่ยวที่กรุงเทพฯ โดยทราบว่าฝ่ายหญิงทำธุรกิจทัวร์อยู่แถวนวลจันทร์

ต่อมาฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ และหลังคลอดยังติดต่อมาบอกว่า “เป็นลูกของเรา” ก่อนที่ทั้งคู่จะเลิกรากัน โดยฝ่ายหญิงขอสำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง เพื่อนำไปแจ้งเกิดลูก โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน เพราะเข้าใจมาตลอดว่าเป็นลูกของตัวเองจริง ๆ

บัตรหัว 0

เมื่อถามว่ารู้หรือไม่ว่าถูกใช้เป็นพ่อทิพย์ เพื่อสวมสิทธิให้เด็กชาวจีน นายวุฒิชัย กล่าวว่า รู้เพียงว่าฝ่ายหญิงส่งเอกสารมาให้เซ็น ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ และเพิ่งทราบความจริงหลังตรวจ DNA พบว่าเด็กไม่ใช่ลูกของตน

“มันผ่านมา 13 ปีแล้ว มันก็ไม่ได้ระแคะระคายอะไร ต่างคนก็ต่างมีครอบครัวกันใหม่แล้ว ที่ผ่านมายังพูดคุยกับฝ่ายหญิงบ้างเรื่องเอกสาร แต่ไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูเด็ก พร้อมยอมรับว่ารู้สึกไม่ดีเมื่อทราบว่าเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ และกระทบความมั่นคงของประเทศ ผมขอฝากเตือนคนไทยว่า อย่าไปทำแบบนี้เลย อย่าให้เอกสารใครง่าย ๆ” นายวุฒิชัย กล่าว

ด้าน นายอี้หลง กล่าวว่า ตนถูกแจ้งชื่อเข้าทะเบียนบ้านตั้งแต่ปี 2532 และแม่เลี้ยงเป็นผู้รับรองให้ทำบัตรประชาชนเมื่อปี 2557 โดยอ้างว่าแม่เลี้ยงเป็นคนพาไปดำเนินการ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ทำเป็นขบวนการ และตนคือ “อี้หลง” ตัวจริง

นายอี้หลง กล่าวด้วยว่า อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงตั้งแต่อายุ 2 ขวบใน จ.เชียงราย ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กับเพื่อนตั้งแต่อายุ 13 ปี เพื่อทำงานร้านอาหาร พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีเครือข่ายในหมู่บ้านหรือแม้แต่ญาติพี่น้องที่เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

“ไม่มีครับ ไม่มีแม้กระทั่งญาติพี่น้อง ผมอยู่ที่ไทยมาตลอดตั้งแต่เด็ก ไม่ได้ไปอยู่ที่จีนเลย ผมสาบานได้เลยว่าผมไม่ได้อยู่จีน พ่อผมชื่ออาเฉิง ส่วนแม่ผมไม่เคยเห็นหน้า มีแต่แม่เลี้ยงที่ชื่ออาสือ” นายอี้หลง อ้าง

เมื่อถามถึงกรณีถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกตัว นายอี้หลง กล่าวว่า “ผมยังไม่รู้เลยว่าผมผิดตรงไหน ตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ ผมไม่ได้ทำ เพราะว่าผมอยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยวมา เขาไปขึ้นชื่อให้ผม”

ส่วนเงินหมุนเวียนในบัญชีหลักร้อยล้านบาทและธุรกิจที่ทำอยู่ นายอี้หลง ระบุว่า ตนประกอบอาชีพขายของ โดยยอมรับว่าเคยทำธุรกิจทัวร์ ก่อนเปลี่ยนมาขายสินค้า และทุกปีจะอยู่ที่วัด นำของไปให้ลูกค้าที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2 สำหรับผู้ที่มาแก้ปีชง

สำหรับกรณีเด็กชาวจีนที่มีนายวุฒิชัยเป็นผู้รับรองบุตร นายอี้หลง กล่าวว่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่านายวุฒิชัยไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของเด็ก และเพิ่งทราบความจริงจากผลตรวจ DNA ขณะเตรียมเดินทางไปจีนเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา

พร้อมยอมรับว่า ในช่วงที่ฝ่ายหญิงคลอดลูก ตนอยู่กับฝ่ายหญิง แต่เรามีความสัมพันธ์แบบรัก ๆ เลิก ๆ และปัจจุบันกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ต่างคนต่างเดินทางไปจีนและแยกกันอยู่ โดยไม่ได้มีปัญหาอะไรในการเดินทาง

ทั้งนี้ นายอี้หลง ยอมรับว่า “เคยสงสัยเรื่องลูก แต่ฝ่ายหญิงยืนยันมาตลอดว่าเป็นลูกของนายวุฒิชัย พร้อมระบุว่ารู้สึกโกรธและเสียใจที่ฝ่ายหญิงไม่พูดความจริง เขามีผู้ชายหลายคน”

ด้าน ภรรยาชาวจีน ไม่ขอพูดหรือตอบคำถามใด ๆ เนื่องจากเจ้าตัวบอกผ่านล่ามว่า ไม่สะดวกและไม่พร้อมให้ข้อมูล

ขณะที่ เพื่อนบ้านคนหนึ่ง กล่าวว่า เคยเห็นว่ามีคนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว 3 คน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นคนไทยหรือไม่ แต่รู้ว่ามีสมาชิกในบ้านเป็นคนจีน ซึ่งคนในบ้านชอบกินหมูกระทะ ตนก็นึกว่าเป็นคนดี

ส่วนเรื่องทำธุรกิจอะไรนั้น ไม่ทราบว่าเขาทำธุรกิจอะไร แต่จะเห็นตื่นไปส่งลูกทุกเช้า ซึ่งลูกของเขาเป็นคนไทยและเรียนโรงเรียนไทย ส่วนตัววันนี้เห็นตำรวจและสื่อมากันเยอะมาก ก็รู้สึกตกใจ

นอกจากนี้ เพื่อนบ้านรายนี้ ยังให้ข้อมูลว่า บ้านที่ผู้พักอาศัย คาดว่าน่าจะเช่าอยู่ เนื่องจากหมู่บ้านย่านนี้มักจะมีคนจีนมาเช่าอยู่หลายหลัง ส่วนราคาค่าเช่าอยู่ที่เดือนละ 150,000 บาท ขณะที่ราคาซื้อขายบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ที่กว่า 25 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน