หนุ่ม กรรชัย พบ DSI ปมบริจาคเงิน 1.5 ล้าน ให้บัญชีมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้-บัญชีส่วนตัว จากเหตุน้ำท่วมปี 67 หลังทนายตั้มร้องสอบเส้นเงินมูลนิธิ ส่อนำใช้ผิดวัตถุประสงค์ผู้บริจาค
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ต.ค.2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หนุ่ม กรรชัย ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ปมเคยบริจาคเงินให้กับมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ 1.5 ล้านบาท
หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยก่อนเข้าพบคณะพนักงานสืบสวนว่า การที่ตนเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เนื่องจากได้รับหมายเรียก ในฐานะพยานให้เข้ามาให้ข้อมูลจากการที่ตนเคยบริจาคเงินให้กับมูลนิธิ ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ได้เลื่อน เนื่องจากติดภารกิจ แต่วันนี้ก็สะดวกในการเข้าพบแล้ว
หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า สำหรับการบริจาคเงินของตนต่อมูลนิธิ รวมแล้วจำนวนหลายครั้ง แต่ถ้าดูในจำนวนเงินก้อนใหญ่ๆ จะมียอด 1 ล้านบาท ยอด 500,000 บาท ยอด 30,000 บาท เป็นต้น และมีหลักย่อยๆ ด้วย แต่โดยรวมน่าจะล้านกว่าบาท ซึ่งยอดการบริจาคจะประกอบด้วยการโอนเข้ามูลนิธิและโอนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัว หากวันที่และช่วงเวลาของการโอนเงิน ตนจำได้ว่าครั้งแรก เป็นการโอนเงินเนื่องในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ น่าจะอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูหลังสถานการณ์น้ำท่วมปี 2567 เราจึงอยากที่จะช่วยเหลือตรงนี้ จึงโอนเงินไปแล้วบอกว่าให้เอาช่วยทางภาคเหนือ จำได้ว่ายอดที่โอนไปคือ 1 ล้านบาท เป็นการโอนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขา เพราะตอนนั้นเจ้าตัวยังไม่ได้มีมูลนิธิ
หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ส่วนในช่วงที่เขามีมูลนิธิฯ ตนโอนบริจาค 500,000 บาท (วันที่ 17 มี.ค.68) ซึ่งยอดเงินที่ตนโอนบริจาคไป เนื่องจากพบว่าเขาเพิ่งก่อตั้งมูลนิธิได้ไม่กี่เดือน และก็เป็นวัตถุประสงค์ที่อยากช่วยเหลือคนที่เขาลำบาก จึงรู้สึกว่า เราก็อยากคืนให้กับสังคมบ้าง ซึ่งไม่ได้บริจาคให้เพียงมูลนิธิแห่งนี้เท่านั้น แต่ยังได้โอนเงินบริจาคให้มูลนิธิของ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และมูลนิธิของอีจันอีกด้วย ที่จะไปสร้างโรงเรียน ดังนั้นหากมีส่วนใดที่ตนพอช่วยเหลือได้บ้าง ก็พยายามช่วย
หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยอีกว่า สำหรับการบริจาคเงินในห้วงเวลาที่ผ่านมา ทุกครั้งก็เกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจ และเราก็มีเจตจำนงในการช่วยเหลือ เพราะเราก็ไม่ได้ลงพื้นที่ เมื่ออยู่ข้างหลังก็อยากจะซัพพอร์ต เพราะการลงพื้นที่อาจจะไปลำบากคนหน้างาน แต่หากมีส่วนใดที่เราพอจะช่วยได้ เราก็อยากจะช่วย ส่วนการบริจาคเงินในแต่ละครั้ง ตนไม่เคยสอบถามว่านำเงินไปใช้จ่ายอะไรอย่างไรบ้าง เพราะรู้สึกว่าการช่วยเหลือ เราก็ต้องไว้ใจอยู่แล้ว เราถึงบริจาคไปในแต่ละที่ ซึ่งตนไม่เคยไปถาม ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคมูลนิธิที่ไหนก็ตาม เราไม่ถามอยู่แล้ว เพราะรู้สึกแฮปปี้ในการที่จะช่วยเหลือ
“หากถามว่าเงินบริจาคควรจะใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์หรือไม่นั้น มองว่าเป็นเรื่องของเจตจำนงและเป้าประสงค์ของเราอยู่แล้ว เพราะการที่เราบริจาคไป เราก็ต้องการให้ไปช่วยเหลือถึงมือชาวบ้านที่เขาลำบาก โดยยังไม่ทราบทางดีเอสไอจะสอบถามในประเด็นใดบ้าง เพราะยังไม่ได้คุย จึงต้องฟังก่อนว่าดีเอสไอต้องการรู้เรื่องอะไรบ้าง”
หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยอีกว่า ในอดีตเขาเคยมาบอกตนว่า ตอนนั้นเหมือนเขามาเล่าให้ฟังว่า จะไปซื้อหลอดไฟ แต่ตนบอกไปว่าหากจะซื้ออะไร ไม่ต้องบอกก็ได้ เอาเป็นว่าเอาไปช่วยเหลือคนก็พอ เพราะตนก็อยากให้ช่วยเหลือคน
เมื่อถามว่าตั้งข้อสังเกตบ้างหรือไม่ กรณีที่ กัน จอมพลัง มักจะมีพฤติกรรมเรี่ยไรเปิดรับบริจาคผ่านทางหน้าเพจเฟซบุ๊กของตนเอง ทั้งที่ก็มีผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือบริจาคมากอยู่แล้วนั้น หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ตนไม่ได้สงสัยอะไรเลย เพราะถ้าหากสงสัย คงต้องสงสัยทุกมูลนิธิ และตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไร รวมถึงแม้กระทั่งวันนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเรารู้แค่ว่าเงินที่บริจาคไป ก็เพื่อช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้ว แต่มันเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะต้องไปตรวจสอบมากกว่า ทั้งนี้ ในการทำงานของแต่ละมูลนิธิ ก็คงเหมือนกันทุกที่ อย่างที่ตนได้บริจาคเงินไป
เมื่อถามว่าการเข้าให้ข้อมูลชี้แจงในฐานะพยานในวันนี้ เกิดขึ้นจากกรณีที่ทนายตั้มยื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบการใช้จ่ายภายในมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ เพราะเกรงว่าจะเป็นการใช้เงินโดยไม่ถูกวัตถุประสงค์ อีกทั้งทนายตั้มยังระบุชื่อของบุคคล อาทิ หนุ่ม กรรชัย และพุทธอภิวรรณ รวมถึงคนอื่นๆ จะกลายเป็นการเคลือบแคลงใจกันหรือไม่ ที่ต้องเข้าให้ข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลต่อการตรวจสอบกัน จอมพลัง ในวันข้างหน้านั้น
นายกรรชัย กล่าวว่า ตนเชื่อว่าการมาในวันนี้ ไม่ได้เป็นการกล่าวหาใคร ตนเพียงมาชี้แจงในมุมของตนเอง ว่าตนทำอะไรไปบ้าง และก็ไม่ได้มานั่งกล่าวหาบุคคลอื่นว่าเขาจะต้องเป็นอย่างไร ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของตน แต่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะต้องไปสืบค้นหรือตรวจสอบเอาเอง หากกรณีในอนาคตหน่วยงานมีการตรวจสอบแล้วพบว่าการบริจาคมีความเสียหายเกิดขึ้น ก็ต้องดูว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะถ้าหากมีความเสียหายเกิดขึ้นจริง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องว่ากันว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งตนก็จะต้องปรึกษากับทางทนายความในภายหลัง
เมื่อถามว่าหากท้ายสุดดีเอสไอตรวจสอบแล้วพบความผิดปกติของการบริหารเงิน หรือใช้จ่ายภายในมูลนิธิจริง มีความเสียหายเกิดขึ้น ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้บริจาค จะพิจารณาร้องทุกข์กล่าวโทษในภายหลังหรือไม่ ปรากฏว่า ทนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ชี้แจงแทนว่า ส่วนหนึ่งตามกฏหมายก็เป็นเช่นนั้น แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น คงต้องรอให้ดีเอสไอได้ดำเนินการก่อน
ขณะที่ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ก็คงต้องรอดูก่อน ยังตอบไม่ได้จริงๆ เพราะอาจจะกลายเป็นว่าไม่เป็นธรรมกับเขา เพราะมันก็มีประเด็นกันอยู่ หากตนไปพูดอะไรที่มากเกินไป หรืออะไรที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ก็จะเป็นประเด็นขึ้นมา จึงอยากอยู่ในมุมของตนเองมากกว่า ต่างคนต่างอยู่กันไป จะผิดจะถูกก็เป็นเรื่องของหน่วยงานต้องไปตรวจสอบ หากวันหนึ่งมีอะไรไม่ชอบมาพากล เดี๋ยวหน่วยงานก็คงจะเรียกสอบถามตนเองว่าจะเอาอย่างไร
เมื่อถามว่าตอนนี้มีการปักใจเชื่อหรือได้คำตอบของตัวเองบ้างแล้วหรือยัง นายกรรชัย กล่าวว่า “ผมไม่ได้คิดอะไรเลย ตอนนี้มันเป็นสุญญากาศมาก เรื่องของเขาไม่ได้อยู่ในสารบบของผม ผมเพียงมาตามคำเรียก หากไม่เรียกคงไม่มา ก็คงจะใช้ชีวิตปกติ”
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ทางผู้ถูกร้อง (กัน จอมพลัง) เคยสอบถามมาบ้างหรือไม่ว่า ประสงค์อยากจะซื้อสิ่งของรายการใด โดยเป็นการเจาะจงบ้างหรือไม่ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า มีเป็นบางส่วน ซึ่งอยู่ในไลน์กลุ่มของเขา ที่เคยมีสอบถามว่าหากเขาจะทำเรื่องใด มีใครอยากจะช่วยเหลืออะไรกันบ้างหรือไม่ ซึ่งก็มีบ้างเป็นประปราย แต่ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร และไม่ได้มากมายส่วนใหญ่ก็หลักหมื่น แต่เขาก็เรียกถามคนในกลุ่มไลน์นั้น ซึ่งปัจจุบันตนไม่ได้อยู่ในกลุ่มแล้ว ได้ดีดตัวออกมาแล้ว จึงไม่รู้ว่ามีอะไรอย่างไรบ้าง
“จากการถูกออกหนังสือเชิญเข้าให้ข้อมูลในครั้งนี้ ผมไม่ได้มีความกังวลใจอะไร เพราะมาในฐานะพลเมืองดี ตามที่ดีเอสไอต้องการสอบถามข้อมูล ก็เลยมาให้ข้อมูลในส่วนของเราและไม่ได้ไปปักปรำใคร” หนุ่ม กรรชัย กล่าว
เมื่อถามว่าครั้งที่ หนุ่ม กรรชัย เคยประกาศผ่านในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ เพื่อขอให้กัน จอมพลัง ออกมาชี้แจงความโปร่งใสของการบริหารเงินภายในมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ในครั้งนั้นเป็นการพูดด้วยความรู้สึกใด หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ณ ตอนนั้นเป็นเรื่องของทางไอซ์ รักชนก ศรีนอก ดำเนินการตรวจสอบในตอนนั้น แล้วก็เป็นในมุมของเจ้าตัวที่เขาจะต้องชี้แจง และด้วยความที่ตอนนั้น เราเองก็มีความคุ้นเคยกันอยู่ การที่จะมานั่งในรายการของตน มองว่าไม่เหมาะสักเท่าไร เพราะอาจถูกครหาได้ว่าเอามาฟอกตัว หรือไปช่วยเหลือกันหรือไม่ จึงขอให้เป็นเวทีกลางดีกว่า ซึ่งหลังบ้าน ตนบอกเขาว่าจะต้องไปชี้แจงในเวทีที่เป็นกลาง จะไปในรายการของคุณสรยุทธหรือแถลงข่าวชี้แจงก็ได้ สุดท้ายการที่ออกมาแถลง มันก็เป็นการยืนยันตัวเองได้เหมือนกันว่าตัวเองสง่างาม ถ้าชี้แจงได้มันก็สง่างาม ดีกว่าไม่พูดอะไรเลย
หนุ่ม กรรชัย กล่าวอีกว่า การถูกเชิญมาให้ข้อมูลในวันนี้ ก็ไม่ได้เป็นเหตุให้ตนต้องวิตกกังวลในการที่จะบริจาคเงินกับมูลนิธิที่อื่น เพื่อช่วยเหลือเลย เพราะส่วนใหญ่เวลาตนบริจาคก็บริจาคไม่ได้แจ้งใครอยู่แล้ว ใจตนคิดอย่างเดียวว่าเลือกแล้วที่จะบริจาคจึงไม่ค่อยติดใจอะไร แต่ขอเพียงอย่างเดียว ขอให้เงินนั้นถูกใช้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชนจริงตามที่เราตั้งใจ
หากพูดกลางๆ ในฐานะที่ตนทำสื่อด้วย และเป็นคนที่ชอบบริจาคด้วย ก็คงต้องบอกว่าจะมูลนิธิใดก็ตามแต่ วันหนึ่งมูลนิธินั้นคงจะต้องมีการชี้แจงว่าเงินนำไปใช้อะไรบ้าง หรือมีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไร เพื่อความโปร่งใสและสง่างามในสายตาของประชาชนที่เขาบริจาคด้วย อย่างน้อยคนบริจาค 10 บาท ก็จะได้รู้ว่ายอดเงินนี้มันอยู่ในก้อนนี้หรือไม่ เพราะเราจะได้เห็นว่าเมื่อมูลนิธิประกาศว่ามีเงินอยู่เท่าไร เราก็จะรู้ว่าเงินที่เราบริจาคไปนั้นมันอยู่ในนั้น และจะถูกนำไปใช้ กระทบยอดได้ ถ้าสามารถทำได้ทุกมูลนิธิก็จะเป็นเรื่องที่ดี มันจะเป็นเรื่องที่สง่างาม