มท.2 บุกทลายผับเถื่อนถนนข้าวสาร เปิดยันสว่างเย้ยกฎหมาย ปล่อยเด็กอายุต่ำแค่ 15 ปีใช้บริการ พบนักเที่ยวฉี่ม่วง 31 ราย บันทึกจ่ายส่วยเดือนละเกือบ 180,000 บาท
วันที่ 10 ต.ค. 69 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง, ร.ต.ต. สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ, นายเรื่องลักษณ์ เรื่องยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน, นายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง และชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง
เปิดปฏิบัติการ “สิงห์เผด็จศึก” เข้าตรวจสอบสถานบริการ ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. หลังพบว่าเปิดสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา ปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการ และมีพฤติการณ์ใช้สารเสพติดและจำหน่ายลูกโป่งหัวเราะให้นักเที่ยว
จากการตรวจสอบพบว่า ร้านตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคาร 2 ชั้น ภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีเวทีแสดงดนตรีและพื้นที่ให้บริการหลายโซน จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมจัดดนตรีและการแสดงเพื่อความบันเทิง บริเวณทางเข้ามีการ์ดรักษาความปลอดภัยประมาณ 4–6 คน แต่ไม่มีการตรวจบัตรประชาชนหรือค้นหาอาวุธก่อนเข้าสถานบริการ
เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลยให้สถานประกอบการเปิดบริการและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนถึงเกือบรุ่งเช้า
นอกจากนี้ พบผู้ใช้บริการบางรายมีพฤติการณ์น่าสงสัย โดยเดินออกจากห้องน้ำเดียวกันหลายครั้ง เมื่อตรวจสอบพบหลอดพลาสติกที่คาดว่าใช้บรรจุสารเสพติด และผงสีขาวลักษณะคล้ายสารเสพติดตกเกลื่อนพื้นห้องน้ำ อีกทั้งพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีจำนวนมากเข้าใช้บริการ สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีการจำหน่ายลูกโป่งอัดแก๊สหัวเราะให้ลูกค้า
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการ ไม่พบว่า “OK bar โอเค บาร์” ได้รับใบอนุญาต แม้ลักษณะการประกอบกิจการจะเข้าข่ายสถานบริการตามกฎหมาย เนื่องจากมีการจำหน่ายสุราและเครื่องดื่ม จัดดนตรีหรือการแสดงเพื่อความบันเทิง รวมถึงจัดหรือยินยอมให้มีการเต้นบนเวทีและบริเวณโต๊ะอาหารหรือเครื่องดื่ม เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าจับกุม
เจ้าหน้าที่พบนักเที่ยว 102 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี 30 คน แบ่งเป็นชาย 20 คน หญิง 10 คน โดยมีเด็กอายุต่ำสุด 15 ปี จำนวน 1 คน ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด 31 ราย เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 4 ราย และพนักงาน (ดีเจ) 2 คน
นอกจากนี้ พบอาวุธปืน 1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน สิ่งเทียมอาวุธปืน 1 กระบอก ยาเสพติดจำนวนมากทิ้งเกลื่อนพื้นภายในร้าน และลูกโป่งหัวเราะพร้อมอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสืบสวนพบว่า มีการบันทึกจ่ายส่วยให้หลายหน่วยงาน เดือนละกว่า 177,000 บาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้จัดการร้านส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ดังนี้
ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 4 พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509
ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 28 ประกอบมาตรา 39 พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ตามมาตรา 29 (1) ประกอบมาตรา 40 พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม ตามมาตรา 26 พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม หรือโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามมาตรา 32 ประกอบมาตรา 43 พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
นำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง หรือใช้แก๊สผิดวัตถุประสงค์ ตามมาตรา 6 (10) ประกอบมาตรา 51 พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522
นำเข้าอาหารเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 15 ประกอบมาตรา 43 พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522
ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 12 พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510
นอกจากนี้ สำนักงานเขตพระนครเคยมีคำสั่งให้สถานบริการแห่งนี้หยุดประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เนื่องจากพบความเสี่ยงด้านสาธารณสุข ความปลอดภัย และอัคคีภัย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน แต่สถานบริการยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
กรมการปกครองจะประสานผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ออกคำสั่งปิดสถานบริการแห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 ต่อไป
ส่วนผู้ที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายและยาเสพติดที่พบภายในสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่จะแยกดำเนินการตามประมวลกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมขยายผลถึงแหล่งที่มาของยาเสพติด ผู้จำหน่าย และผู้เกี่ยวข้อง
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง จะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับสถานบริการและสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง หากพบพฤติการณ์และพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับการกระทำผิด จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชน
ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย หมายเลข 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง






