กลุ่มฮูตี โจมตีสนามบินซาอุดีอาระเบีย คร่าชีวิต 12 ราย นับเป็นการโจมตีราชอาณาจักรที่ร้ายแรงที่สุดในรอบทศวรรษ

การโจมตีเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ปะทุขึ้นใหม่ระหว่างซาอุฯ กับกลุ่มฮูตีในเยเมน กองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ซาอุฯ หนุนหลังเปิดฉากรุกครั้งใหญ่เพื่อยึดพื้นที่คืนจากฮูตี หลังฝ่ายกบฏรุกคืบมาหลายสัปดาห์ และซาอุฯ ก็เพิ่มการโจมตีทางอากาศเพื่อสนับสนุน ฮูตีตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายในซาอุฯ ทั้งสนามบิน โรงงานน้ำมัน และฐานทหาร

ล่าสุด กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย กล่าวหากลุ่มฮูตีในเยเมน ว่า โจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย บาดเจ็บกว่า 300 คน นับเป็นการโจมตีครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์ ด้านซาอุฯ ชี้เป็นอาชญากรรมสงคราม ประกาศตอบโต้อย่างเด็ดขาด ขณะที่เที่ยวบินทั้งหมดต้องเปลี่ยนเส้นทาง กระทบการเดินทางในเมืองหลวง

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. สำนักข่าวรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังเกิดเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิด กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 10 ต.ค. โดยกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า กลุ่มฮูตีในเยเมนเป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมประณามว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม และเตรียมตอบโต้การโจมตีอย่างเด็ดขาด

ทางการซาอุดีอาระเบียระบุว่า เหตุดังกล่าวเป็นการโจมตีสนามบินครั้งที่ 3 ภายในสัปดาห์เดียว โดยสำนักงานการบินพลเรือนซาอุดีอาระเบียเปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย ประกอบด้วยชาวซาอุดีอาระเบีย 4 ราย ชาวบังกลาเทศ 2 ราย และชาวสหรัฐอเมริกา จอร์แดน ปาเลสไตน์ ซีเรีย ซูดาน และอียิปต์ ประเทศละ 1 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บมีจำนวน 309 คน

แหล่งข่าวที่รับทราบข้อมูลเหตุการณ์เปิดเผยว่า มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำส่งโรงพยาบาลทั้งทางรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์ โดยบางรายมีอาการสาหัส

รายงานระบุว่า การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า และระบบเตือนภัยของซาอุดีอาระเบียไม่ได้ส่งสัญญาณก่อนเกิดเหตุ ขณะที่การโจมตีสนามบิน 2 ครั้งก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่เครื่องบินพาณิชย์ของซาอุดีอาระเบียที่จอดอยู่บนลานบิน

เหตุโจมตีที่สร้างความสูญเสียต่อเนื่องสะท้อนถึงข้อจำกัดด้านขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของซาอุดีอาระเบีย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ซาอุฯ เดินหน้าโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มฮูตี เพื่อสนับสนุนรัฐบาลเยเมนในการทำสงครามภาคพื้นดินกับกลุ่มติดอาวุธดังกล่าว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

ซาอุดีอาระเบียและรัฐบาลเยเมนระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายหลายร้อยแห่งในพื้นที่ที่กลุ่มฮูตีควบคุมอยู่ อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตีอ้างว่าปฏิบัติการดังกล่าวทำให้พลเรือนเสียชีวิต รวมถึงผู้หญิงและเด็ก

สำนักงานการบินพลเรือนซาอุดีอาระเบียเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เที่ยวบินทั้งหมดที่มุ่งหน้าไปยังกรุงริยาดถูกเปลี่ยนเส้นทาง ส่งผลให้สนามบินซึ่งรองรับประชาชนในเมืองหลวงที่มีประชากรราว 8 ล้านคน ต้องระงับการให้บริการชั่วคราว

ด้านหัวหน้าสำนักงานสื่อของกลุ่มฮูตีโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า กลุ่มฮูตีสามารถปิดสนามบินนานาชาติกรุงริยาดได้แล้ว พร้อมประกาศเตือนให้สายการบินต่างๆ หลีกเลี่ยงน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย โดยระบุให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปฏิบัติการทางทหาร หลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีกลุ่มฮูตีเมื่อวันที่ 5 ต.ค.

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ตอบคำถามกรณีวอชิงตันจะเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารของซาอุดีอาระเบียต่อกลุ่มฮูตีหรือไม่ว่า สหรัฐฯ อาจเข้าร่วมและจะพิจารณาเรื่องนี้ หลังเพิ่งได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีครั้งล่าสุด พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ สามารถตัดสินใจและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงริยาดระบุว่า รับทราบเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมแนะนำอย่างยิ่งให้พลเมืองอเมริกันหลีกเลี่ยงสนามบินและพื้นที่โดยรอบ

ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 แสดงให้เห็นว่า เที่ยวบินที่มุ่งหน้าสู่กรุงริยาดถูกเปลี่ยนเส้นทางหรือยกเลิกทั้งหมด โดยในช่วงหนึ่งพบเพียงเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวบินวนอยู่เหนือสนามบิน

ก่อนหน้านี้ การโจมตีของกลุ่มฮูตีเมื่อวันพฤหัสบดีและช่วงต้นสัปดาห์ ส่งผลให้สายการบินหลายแห่งระงับหรือยกเลิกเที่ยวบินไปยังกรุงริยาด ซึ่งกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญด้านพลังงานและการลงทุนในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการประชุมระบุเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่า งานดังกล่าวจะยังคงจัดขึ้นตามกำหนดการเดิม พร้อมยืนยันว่าจะพยายามสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เข้าร่วมงานเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน