Thai PBS ลั่นน่าคิด! ทำไม สตง. รีบทำในช่วงทำประชาพิจารณ์ ยันผู้บริหารชุดใหม่ ไม่ได้เบิกเพิ่มค่าเดินทาง แจงจ้างพิธีกร ราคาสูง แม่เหล็กดึงคนดู ยันจ้างบริษัทร่วมผลิตเหตุบุคลากรงานล้น
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 ต.ค.2569 ที่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) หลังจบการแถลง นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร และ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท.ด้านเทคโนโลยี ตอบคำถามสื่อมวลชน
เมื่อถามถึงประเด็นการดำเนินการของ สตง. กับ Thai PBS มองว่า เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ นายพิเศษ ตอบว่า ตามที่ สตง.ชี้แจงว่าอยู่ในช่วงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพราะมีคนร้องเรียน ส่วนตัวก็มองว่าเป็นสิทธิ์ และอยู่ในความรับผิดชอบที่ต้องทำ
จริงๆ สตง.มีการตรวจสอบทางเราทุกปี และทางเราก็มีคณะกรรมการตรวจสอบ ที่ถูกคัดเลือกตรงตาม กลต. ที่ตรวจสอบภายในของเราทุกปี ปีละ 3 ครั้งอยู่แล้ว
แต่น่าคิดที่ว่า สตง.มีการตรวจสอบเยอะ และตั้งคณะกรรมการพิเศษ ซึ่งตั้งข้อสังเกตไว้ว่าการปิดตรวจค่อนข้างกระชั้นชิด ทำไมตั้งรีบออกมาแถง ทั้งที่ชุดที่ 2 ยังไม่เรียบร้อย น่าสังเกตว่าเกิดความเร่งรีบอะไรขนาดนั้นในช่วงที่เรากำลังทำประชาพิจารณ์
“สิ่งที่ผมพูดเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับความเห็นในฐานะของ Thai PBS” นายพิเศษ กล่าว
เมื่อถามว่าเอกสารของ สตง.ที่หลุดออกมาผ่านสื่อต่างๆ ทาง Thai PBS ได้รับการยืนยันหนังสือจาก สตง. เมื่อไหร่ และมองว่าเอกสารหลุดได้อย่างไร และจะดำเนินการในส่วนที่ได้รับความเสียหายอย่างไร นายพิเศษ ตอบว่า หลังจากทราบว่ามีเอกสารที่เป็นความลับหลุดออกมาในวันที่ 8 ต.ค. 2569 ตนได้ออกมาแถลงทันทีในวันที่ 9 ต.ค.ว่ายังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว
ก่อนจะได้รับเอกสารในวันที่ 10 ต.ค. ทางฝั่ง Thai PBS จึงต้องขอรักษาสิทธิ์โต้แย้ง โดยให้ทีมทำจดหมายโต้แย้งว่า ทำไมเอกสารหลุดออกมาก่อน เพราะเป็นข้อมูลความลับ ส่วนนี้ก็หวังว่าจะมีการตั้ง กรรมการตรวจสอบดุลพินิจออกมาให้ได้ ถ้าได้ในส่วนนี้จะขอบคุณมาก
ส่วนกรณีสื่อมีการนำเอกสารไปเผยแพร่ละแก้ไขเอกสาร นายอดิศักดิ์ ตอบว่า ส่วนตัวมีความเข้าใจในฐานะสื่อด้วยกัน แต่สิ่งที่ต้องการและได้บอกกับเพื่อนสื่อไว้ว่า ต้องการแค่ “ขอความเป็นธรรม” ในกรณีที่มีข้อกล่าวหาแบบนี้ ไม่ว่าจากหน่วยงานไหนที่ทำให้ทางเราเสียหาย ก็ควรเปิดโอกาสให้เราได้ชี้แจง ไม่ควรนำเสนอไปเลย
ในนามองค์กรเอง ขอยังไม่ดำเนินการอะไร แต่ในส่วนของความเสียหายรายบุคคล ที่ทำให้เกิดผลกระทบกับพนักงานของเราที่ถูกนำชื่อไปเผยแพร่ ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคลไป แต่ตรงนี้ก็อยาก ขอความเป็นธรรมให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย
ส่วนค่าจัดซื้อจัดจ้างพิธีกรที่มีข้อมูลว่า บางคนจ้างถึง 40,000 บาท หรือจ้างได้จำนวนเทปละหลักแสนบาท ตกเดือนละ 3-4 เทป นายอดิศักดิ์ตอบว่า อัตราค่าจ้างที่มองว่าสูงเกินไป ตนมองว่าอยู่ที่ตัวบุคคลว่าได้อัตราค่าจ้างสูงหรือไม่
ยกตัวอย่าง อาจารย์ วีระ ธัรภัทร หนึ่งในผู้ดำเนินรายการ ออมาพูดถึงอัตตราค่าจ้างว่า ตนเคยได้ทั้งอัตราสูงและต่ำจากที่เคยได้จาก Thai PBS ซึ่งมองว่าเรื่องนี่มันแล้วแต่สื่อ และบทบาทหน้าที่ คล้ายกับการจ้างดารานำ และตัวประกอบที่ราคาก็จะไม่เหมือนกัน
ส่วนเรื่องการจ้างงานเฉพาะเจาะจงบุคคล นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ในแง่ของรายการ Thai PBS ต้องการคนที่จะเป็นแม่เหล็กหรือกองหน้าเข้ามาเสริมทีม เพราะตอนนี้ที่ Thai PBS ไม่มีคนโดดเด่นมากพอ แต่กำลังอยู่สภาวะที่ต้องแข่งขันจึงจำเป็นที่ต้องดึงบุคคลมีชื่อเสียงมาทำงานกับเรา
ส่วนที่ สตง. ส่งหนังสือมาตำหนิ Thai PBS เรื่องการนำเสนอข่าวตึก สตง.ถล่ม คิดว่าเป็นการแทรกแซงสื่อหรือไม่ นาย อดิศักดิ์ ตอบว่า ที่ผ่านมาเคยมีลักษณะทำนองนี้อยู่เรื่อยๆ คือ โทรมาขอไม่ให้นำเสนอข่าว แต่การทำเอกสารส่งหนังสือลักษณะนี้เป็นครั้งแรกที่เคยเจอ ปกติหากจะมีการแทรกแซงสื่อเขาก็คงจะไม่ทำกัน
แต่เมื่อ Thai PBs ได้รับหนังสือ ทางเราได้ตั้งเรื่องเพื่อตรวจสอบทันที และได้ตอบกลับทาง สตง. ไปว่า ไม่ได้ทำผิดจรรยาบรรณ และยินดีให้ สตง.ออกมาชี้แจงผ่านรายการ แต่ สตง.ไม่ได้ตอบรับการมาชี้แจง ซึ่งถือว่าเรื่องนี้จบไป
“Thai PBS ก็ไม่ได้ป่าวประกาศเพราะมีเรื่องนี้ออกมาเรื่อยๆ ดังนั้น จึงไม่ทราบว่าเอกสารออกมาได้อย่างไร แต่เป็นที่ทราบกันมาในลักษณะนี้อยู่แล้ว” นายอดิศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงการเบิกค่าเดินทางซ้ำซ้อน ทั้งที่มีรถประจำตำแหน่งอยู่แล้ว ทางผู้บริหารชุดใหม่ยังใช้แนวทางเดิมอยู่หรือไม่ นายอดิศักดิ์ ยืนยันว่า ไม่มีการเบิกเพิ่ม แต่มีค่าประจำตำแหน่งอยู่แล้ว และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งในระเบียบการใช้รถไม่ได้มีข้อห้ามในเรื่องนี้ และไม่มีใครมีรถประจำตำแหน่งเลย ส่วนตัวก็ไม่รู้เรื่องระเบียบนี้มาก่อนเพราะเรามาจากเอกชน แต่พอรู้มีข้อห้าม เราก็ไม่ทำ
สำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง บริษัท PNY production ที่ก่อนหน้านี้มีการพบการจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัทนี้ยาวนานถึง 9 ปี นายพิเศษ บอกว่า ช่วงที่ชุดบริหารชุดใหม่เข้ามาในปี 2568 ได้ยกเลิกจ้างบริษัทนี้ไปแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าจะนำเรื่องในอดีตมาพิจรณาตอนนี้ทำไม
อย่างไรก็ตาม เราได้ดำเนินการตรวจสอบ การดำเนินการกับบริษัทนี้ ทราบเป็น out source หรือบริษัทร่วมผลิต เป็นลักษณะวิเคราะห์ข่าวการเมืองและเศรษกิจ 2 รายการ โดยจะใช้อุปกรณ์ของบริษัททั้งหมด และนำคอนเทนต์สมบูรณ์มาให้กับทางช่อง
จากการตรวจสอบ ไม่พบความเสียหายและการธุจริต ทางบริษัทส่งงานครบ และเป็นไปตาม TOR กำหนดไว้
นายอดิศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่สตง. ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมต้องมีการจ้างบริษัทข้างนอกมาทั้งที่มีบุคลากรของตัวเองอยู่แล้ว มองว่าเป็นดุลพิจนิจ เพราะบางครั้งบุคลากรงานล้นมือ จึงจำเป็นต้องให้บริษัทนอก “อย่างส่วนของฝ่ายข่าวที่ทำรายการเองก็มีค่าใช้จ่ายไม่ต่างกัน”
ส่วนเรื่องอัตราบุคลากร นายพิเศษ เผยว่า โครงสร้างอัตรากำลังกำลังดูอยู่ เพราะภารกิจเราเยอะ แต่ละสำนักก็มีภารกิจเยอะมาก 24 สำนัก และกระจายตามศูนย์ต่างจังหวัด หากถามว่าอัตรากำลังมีความเหมาะสมหรือไม่เรากำลังพิจารณาอยู่
เราต้องการลีน เราต้องการประหยัด กำลังปรับและพิจารณาให้เหมาะสม ซึ่งเป็นสิ่งเรากำลังจะทำ
ส่วนอัตรากำลังหรือโครงสร้าง ขอบอกว่าระบบ HR ทุกท่านจะทราบตั้งแต่รับสมัครงานเข้ามา ทั้งค่าตอบแทน สวัสดิการต่างๆ มันมีขั้นตอนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าหาก สตง. มีการพิจารณาครบทั้งหมด 3 กรณีแล้ว และส่งหนังสือกลับมาให้กับทาง Thai PBS นายพิเศษ บอกว่า ถ้าเกิดว่าเห็นหนังสือแล้ว ทางเราไม่เห็นด้วยก็ขอคัดค้าน และจะชี้แจง พร้อมกับดำเนินการตรวจสอบในรูปแบบของเรา ซึ่งเชื่อว่าการตรวจสอบของเราทาง สตง. คงไม่ก้าวล่วง
อ่านข่าว